five

การให้ลำดับความสำคัญของคุณภาพบริการด้านการแพทย์แผนจีนโดยใช้มิติตามทฤษฎีคุณภาพการบริการ (SERVQUAL dimensions) ร่วมกับการวิเคราะห์ลำดับชั้นแบบประยุกต์: กรณีศึกษาคลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว

收藏
DataCite Commons2026-02-20 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.207
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการให้ลำดับความสำคัญของคุณภาพบริการด้านการแพทย์แผนจีนและศึกษาอิทธิพลของปัจจัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่มีต่อการจัดลำดับความสำคัญดังกล่าว โดยประยุกต์ใช้มิติตามทฤษฎีคุณภาพการบริการ (SERVQUAL Dimensions) ร่วมกับกระบวนการวิเคราะห์ลำดับชั้นแบบประยุกต์ (Modified Analytic Hierarchy Process: Modified AHP) กรณีศึกษา คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว ระเบียบวิธีวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่ใช้เทคนิคการเปรียบเทียบรายคู่ (Pairwise Comparison) จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้บริการจำนวน 414 คน ที่เคยเข้ารับบริการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบสะดวก(Convenience sampling) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยกระบวนการวิเคราะห์ลำดับชั้นแบบประยุกต์ (Modified Analytic Hierarchy Process: Modified AHP) เพื่อคำนวณหาค่าน้ำหนักความสำคัญ (Priority Vectors) และตรวจสอบอัตราส่วนความสอดคล้อง ผลการวิจัยพบว่าในภาพรวมผู้รับบริการให้ความสำคัญกับด้านความเข้าใจและเอาใจใส่ (Empathy) มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 31.38 รองลงมาคือ ด้านความมั่นใจ (Assurance) ร้อยละ 29.96 ด้านการตอบสนอง (Responsiveness) ร้อยละ 17.47 ด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability) ร้อยละ 13.00 และด้านรูปธรรม (Tangibles) ร้อยละ 8.20 ตามลำดับเมื่อพิจารณาในรายปัจจัยย่อย พบว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ความรู้ความสามารถของแพทย์ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนและทันท่วงทีและการใส่ใจรับฟังปัญหา นอกจากนี้ผลการศึกษายังยอมรับสมมติฐานที่ว่า “ระดับรายได้มีอิทธิพลต่อลำดับความสำคัญของคุณภาพบริการอย่างมีนัยสำคัญ” โดยกลุ่มผู้มีรายได้ระดับเริ่มต้นและระดับกลางค่อนสูงให้ความสำคัญสูงสุดกับด้านความเข้าใจและเอาใจใส่เพื่อแสวงหาความคุ้มค่าทางจิตใจ ในขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้สูง (มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน) ให้ความสำคัญสูงสุดกับด้านความมั่นใจ โดยมุ่งเน้นที่ความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ข้อเสนอแนะจากการศึกษา ควรใช้กลยุทธ์การบริหารที่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารและความเข้าอกเข้าใจ สำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปควบคู่ไปกับการเน้นย้ำความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง

本研究旨在探究中医医疗服务质量的优先级排序,并分析个体因素(尤其是月均收入)对该排序的影响。 研究基于服务质量维度(SERVQUAL Dimensions)与改进型层次分析法(Modified Analytic Hierarchy Process,简称Modified AHP)展开,案例对象为华夏中医诊所。 本研究采用定量研究范式,通过采用成对比较法(Pairwise Comparison)的调查问卷收集数据,研究样本为过去1年内曾接受该诊所服务的414名患者,抽样方法为便利抽样(Convenience sampling)。 随后运用改进型层次分析法对数据进行分析,以计算优先级权重向量(Priority Vectors)并检验一致性比例。 研究结果显示,总体而言,服务受访者最重视共情关怀(Empathy)维度,权重占比为31.38%;其次为保证性(Assurance)维度,占比29.96%;响应性(Responsiveness)维度占比17.47%;可靠性(Reliability)维度占比13.00%;有形性(Tangibles)维度占比8.20%,排序如上。 在细分子因素层面,最重要的三项子因素分别为医师的专业知识与能力、清晰及时的信息传递以及耐心倾听患者诉求。 此外,本研究验证了"收入水平对医疗服务质量优先级排序具有显著影响"的研究假设:中低收入及中等收入群体最为重视共情关怀维度,以寻求心理层面的价值满足;而月收入超过10万泰铢的高收入群体则最看重保证性维度,更关注医护人员的专业技能水平。 基于本研究结果,建议诊所采取差异化运营策略:针对普通客群,应重点提升医护人员的沟通技巧与共情能力;针对高购买力客群,则需同时强化专业形象宣传,以增强其对诊所的信任度。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-20
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务