แนวทางการบังคับใช้เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ
收藏DataCite Commons2025-09-23 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.888
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone – ADIZ) คือพื้นที่น่านฟ้าที่รัฐกำหนดให้เครื่องบินทุกลำต้องแสดงตนหรือแจ้งข้อมูลล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคง ช่วยให้รัฐมีเวลาตรวจจับ คัดกรอง และตอบโต้ภัยคุกคามก่อนที่อากาศยานจะรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตย แนวคิดนี้เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสหรัฐอเมริกาประกาศเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ รอบชายฝั่งใน ค.ศ. 1950 ก่อนแพร่หลายไปสู่รัฐอื่น ๆ ซึ่งแม้ว่าเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศจะสำคัญต่อความมั่นคง แต่ยังปรากฏว่าไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศรับรองหรือกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศโดยตรง การประกาศจึงอาศัยอำนาจอธิปไตยภายในกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศทั่วไป เช่น หลักอธิปไตยเหนือห้วงอากาศ หลักเสรีภาพการบินผ่านน่านฟ้าสากล และสิทธิในการป้องกันตนเอง การไร้บรรทัดฐานสากลทำให้รัฐมีดุลยพินิจสูง เกิดแนวปฏิบัติหลากหลายบางกรณีครอบคลุมพื้นที่นอกอาณาเขตหรือทับซ้อนเขตพิพาททางทะเล และก่อให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างรัฐในประเด็นเรื่องการละเมิดเสรีภาพการบินสากลและขยายอำนาจรัฐเกินขอบเขต จากปัญหาดังกล่าว วิทยานิพนธ์นี้จึงได้ศึกษาพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และแนวปฏิบัติของรัฐในการสถาปนาเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ วิเคราะห์กฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาการบังคับใช้ทั้งภายในน่านฟ้าอธิปไตยและเหนือน่านฟ้าสากลภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น หลักเสรีภาพการบิน สิทธิป้องกันตนเอง ตลอดจนข้อจำกัดในการใช้กำลังตามหลักความจำเป็นและหลักความได้สัดส่วน เป็นต้น ผลการศึกษาชี้ว่าเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศยังไม่เป็นจารีตประเพณีระหว่างประเทศ แต่เป็นมาตรการที่รัฐสามารถใช้ได้ตราบใดที่ไม่อ้างอำนาจอธิปไตยเพิ่มในน่านฟ้าสากลหรือใช้กำลังต่ออากาศยานที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ โดยรัฐผู้บังคับใช้เขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศจะต้องเคารพพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 และอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล 1982 อีกทั้งต้องไม่ละเมิดสิทธิรัฐอื่นและไม่ก่ออันตรายต่อการบินพลเรือน โดยวิทยานิพนธ์นี้มีข้อเสนอแนะให้ประชาคมระหว่างประเทศจัดทำมาตรฐานหรือแนวปฏิบัติสากลเกี่ยวกับเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ และมีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยดำเนินการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายภายในตลอดจนประกาศที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ค.ศ.1944 และหลักเสรีภาพในการบินผ่าน พร้อมกำหนดใช้ชัดแจ้งว่าเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศเป็นมาตรการพิสูจน์ฝ่ายเชิงป้องปราม มิใช่การขยายอาณาเขตอธิปไตยเหนือห้วงอากาศสากล นอกจากนี้ควรกำหนดระเบียบปฏิบัติแบบขั้นบันไดโดยยึดหลักความจำเป็นและความได้สัดส่วนอย่างเคร่งครัด อีกทั้งควรดำเนินการทูตเชิงรุกและสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงการบินกับประเทศเพื่อน ตลอดจนกำหนดกลไกทบทวนเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศของไทยเป็นระยะเพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต
防空识别区(Air Defense Identification Zone,ADIZ)指一国划定的空域,要求所有航空器进入该区域时必须表明身份或提前通报相关信息,以服务国防需求,使该国能够在航空器侵入主权空域前,获得充足时间完成侦测、甄别并应对威胁。该概念诞生于第二次世界大战结束后,美国于1950年率先在其沿海区域划定防空识别区,随后该制度逐步传播至全球多国。尽管防空识别区对国家安全至关重要,但目前尚无国际条约直接对其作出规定或确立统一准则,各国划定防空识别区的依据多为国内主权权力及一般性国际法律原则,包括空域主权原则、国际空域飞越自由原则与自卫权。由于缺乏全球统一的规范,各国在划定与实施防空识别区时拥有较大的裁量空间,实践模式也各不相同。部分防空识别区覆盖了专属经济区空域,甚至与他国空域产生重叠,由此引发了关于侵犯国际飞越自由、国家权力过度扩张的国际争议。针对上述问题,本论文系统梳理了各国划定防空识别区的历史沿革与实践模式,分析相关国际法律规范,并基于国际法律原则(如飞越自由、自卫权),探讨在主权空域及国际空域内实施防空识别区规则的合法性,同时考量必要性原则与相称性原则对武力使用的限制等核心问题。研究结果表明,防空识别区尚未形成国际习惯法,而是各国可合法采用的一项国防措施,前提是不得主张对国际空域的额外主权,亦不得对未遵守防空识别区规则的航空器不当使用武力。实施防空识别区的国家必须恪守1944年《国际民用航空公约》与1982年《联合国海洋法公约》规定的义务,不得侵犯他国合法权利,亦不得危害民用航空安全。基于上述研究结论,本论文提议国际社会制定统一的防空识别区国际标准或实践准则;同时建议泰国对国内相关法律及防空识别区划定公告进行修订完善,使其符合1944年《国际民用航空公约》的义务与国际空域飞越自由原则,并明确界定防空识别区为防御性识别措施,而非对国际空域的主权扩张。此外,应严格依据必要性与相称性原则制定分级响应规则,同时开展外交沟通与航空安全防务合作,与周边国家建立协作机制,并定期审查本国防空识别区,以应对未来新型安全威胁。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-23



