ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยการตั้งราคาโอนในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ
收藏DataCite Commons2023-09-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.859
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การที่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในสร้างกำไรได้มากกว่าเงินลงทุนอย่างมหาศาล ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกลุ่มบริษัทที่ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซนั้น จะได้มีการลงทุนประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซตลอดสายทั้งในส่วนธุรกิจต้นน้ำ ธุรกิจกลางน้ำ ไปจนถึงธุรกิจปลายน้ำ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บริษัทดังกล่าวเหล่านั้นจะมีการทำธุรกรรมระหว่างกัน นอกจากนี้การที่รัฐบาลมักจะกำหนดภาษีพิเศษสำหรับบริษัทที่ประกอบธุรกิจต้นน้ำ ซึ่งมักจะจัดเก็บจากกำไรในอัตราพิเศษมากกว่าบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทอื่น ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาเหล่านี้ทำให้มีการวางแผนภาษีโดยการตั้งราคาโอนเพื่อถ่ายโอนกำไรไปยังบริษัทที่มีอัตราภาษีต่ำกว่า เพื่อทำให้ภาระภาษีของกลุ่มบริษัทโดยรวมลดลงแต่ว่ากำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทกลับไม่ต่างจากเดิมมากนัก ก่อให้เกิดผลกระทบตามมากับภาระภาษีที่แท้จริงที่กรมสรรพากรควรจะได้รับจากกลุ่มบริษัทดังกล่าวที่ประกอบอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เพราะราคาโอนที่เกิดขึ้นเพื่อตอบแทนธุรกรรมระหว่างกลุ่มบริษัทดังกล่าวนั้นจะถูกนำไปใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้ปิโตรเลียมและภาษีเงินได้นิติบุคคลนั่นเอง ดังนั้น กฎหมายที่ใช้บังคับในการจัดเก็บภาษีจากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซจึงต้องเป็นมาตรการที่มีความรอบคอบ รัดกุมและเหมาะสมกับสถานการณ์หรือปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะจัดการกับปัญหาการตั้งราคาโอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นกฎหมายที่จัดเก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของประเทศไทยแล้ว พบปัญหาที่สำคัญ 4 ประการ คือ ปัญหาการกำหนดนิยามคำว่าราคาตลาดตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่ไม่ครอบคลุม ปัญหาการไม่มีกฎหมายลำดับรองที่ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเป็นการเฉพาะจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10339/2559 ที่แสดงให้เห็นได้ว่า เจ้าพนักงานของกรมสรรพากรและบริษัทผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมไม่สามารถนำกฎหมายลำดับรองที่ออกตามความในกฎหมายฉบับอื่น รวมไปถึงที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับเทียบเคียงกับกรณีตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ได้ ปัญหาการคำนวณรายได้ปิโตรเลียมที่มีหลายมาตรฐานทั้งการกำหนดให้ใช้ราคาที่ขายได้จริง ราคาตลาด หรือราคามาตรฐาน และปัญหาการที่โทษทางภาษีในกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ปิโตรเลียมซึ่งโทษตามประมวลรัษฎากรนั้นสูงกว่าและมีฐานความผิดครอบคลุมมากไปกว่าโทษตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เมื่อผู้เขียนศึกษาปัญหาที่สำคัญ 4 ประการดังกล่าวประกอบกับหลักการอิสระตามแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หลักการตามพระราชบัญญัติภาษีค่าเช่าทรัพยากรปิโตรเลียม พ.ศ. 2530 ของประเทศออสเตรเลีย และหลักการตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ภาษีเงินได้) พ.ศ. 2510 ของประเทศมาเลเซียแล้ว ผู้เขียนจึงมีข้อเสนอแนะให้แก้ไขคำว่า “ราคาตลาด” ทั้งหมดที่ถูกบัญญัติเอาไว้ในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เป็นคำว่า “ราคาธุรกรรมโดยสุจริต” และกำหนดนิยามของคำว่า “ราคาธุรกรรมโดยสุจริต” เอาไว้ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 แก้ไขมาตรา 57(3) แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ออกกฎกระทรวง เรื่อง การเสียภาษีเงินปิโตรเลียมได้ของบริษัท กรณีการกำหนดราคาโอนให้เป็นไปตามราคาธุรกรรมโดยสุจริต ฉบับที่ ... (พ.ศ.....) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 แก้ไขเรื่องการคำนวณรายได้ รายจ่าย และกำไรสุทธิ ตามพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 26(3) มาตรา 26(4) และมาตรา 26(5) โดยการกำหนดให้ใช้มาตรฐานการคำนวณรายได้ปิโตรเลียมมาตรฐานเดียวคือกำหนดให้ใช้ราคาธุรกรรมโดยสุจริต และแก้ไขโทษทางภาษีในกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีเงินได้ปิโตรเลียมตามมาตรา 66 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 ให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับโทษตามประมวลรัษฎากร นอกจากนี้อาจพิจารณาให้มีการใช้ระบบปรับแบบหน่วยโทษ และกำหนดมาตรการเพิ่มโทษปรับสำหรับการกระทำความผิดฐานเดิมที่เคยได้กระทำมาแล้วอีกด้วย
石油天然气行业作为极具潜力的产业,其投资回报率往往远超投入资本规模。通常而言,石油天然气企业集团会对产业链上下游相关业务进行投资,涵盖上游、中游至下游全环节,此类企业间的内部交易在所难免。此外,政府通常对上游业务企业征收特殊税款,其利润率征税标准往往高于其他类型企业。基于上述原因,企业通过转让定价进行税务筹划,将利润转移至税率较低的关联企业,从而降低集团整体税负,而集团净利润却基本保持不变。这对税务机关本应从石油天然气企业集团获得的实际税收收入产生重大影响——因为此类集团内部交易的转让定价将被用于计算石油所得税及企业所得税。因此,针对石油天然气行业的税收征管法规必须具备全面性、严谨性,并与实际情况及问题相适配,方能有效应对转让定价问题。
通过对泰国《1971年石油所得税法》(佛历2514年)的研究发现四大核心问题:其一,该法中“市场价格”定义不够全面;其二,缺乏专门依据该法制定的次级法规——最高法院第10339/2559号判决显示,税务官员及石油所得税纳税企业无法将其他法律(含《刑法典》)项下的次级法规类推适用于《1971年石油所得税法》相关情形;其三,石油收入计算标准多元(包括实际售价、市场价格或基准价格);其四,石油所得税逃税行为的处罚标准与《刑法典》存在差异,后者处罚更重且涵盖的违法行为范围更广。
作者结合经济合作与发展组织(OECD)的独立原则、澳大利亚《1987年石油资源租赁税法》(佛历2530年)及马来西亚《1967年石油所得税法》(佛历2510年)的原则,对上述四大问题展开研究后,提出以下建议:将《1971年石油所得税法》中所有“市场价格”替换为“公平交易价格”,并在该法第4条中明确其定义;修订该法第57(3)条,依据该法制定《企业石油所得税缴纳条例——转让定价需遵循公平交易价格》(佛历XXXX年第X号);修订该法第26(3)、26(4)及26(5)条中关于收入、支出及净利润计算的规定,统一采用公平交易价格作为石油收入计算标准;修订该法第66及67条中关于石油所得税逃税的处罚规定,使其与《刑法典》处罚标准保持一致;此外,可考虑引入单位罚款制度,并针对重复违法行为增设加罚措施。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-27



