การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการคุ้มครองคนไร้บ้าน
收藏DataCite Commons2023-11-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1263
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “การศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบการคุ้มครองคนไร้บ้าน” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาคนไร้บ้าน ศึกษากลไก และกระบวนการคุ้มครองคนไร้บ้าน และแนวทางการพัฒนาระบบการคุ้มครองคนไร้บ้าน ใช้วิธีวิจัยแบบคุณภาพ (Qualitative Methodology) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึก (In-dept Interview) เก็บข้อมูลจากกลุ่มคนไร้บ้าน จำนวน 8 คน เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 4 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาคประชาสังคม จำนวน 4 คน ที่ปฏิบัติงานด้านการคุ้มครองคนไร้บ้าน และวิธีการสนทนากลุ่ม ได้แก่ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 3 คน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาคประชาสังคม จำนวน 1 คน รวมทั้งสิ้น 4 คน วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึก และนำมาวิเคราะห์ และประมวลผลโดยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ในแง่ต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริง ซึ่งการศึกษาสรุปผลได้ดังนี้ 1) กลุ่มตัวอย่างคนไร้บ้านส่วนใหญ่มีประสบการณ์อาศัยหลับนอนในที่สาธารณะ และประสบการณ์เข้าพักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว สภาพปัญหาก่อนการเข้ารับการคุ้มคนครองสวัสดิภาพที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้แก่ ปัญหาครอบครัว ปัญหาตกงาน/ ไม่มีงานทำ ปัญหาสุขภาพ ปัญหาการไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ และปัญหาด้านพฤติกรรม ซึ่งสภาพปัญหาของแต่ละคนมีความซ้ำซ้อนและแตกต่าง รวมถึงความต้องการของคนไร้บ้านด้วย สภาพปัญหาระหว่างการเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ได้แก่ การจัดสวัสดิการที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของคนไร้บ้าน การพักอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากของผู้ใช้บริการที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวช และปัญหาการทะเลาะวิวาท เป็นต้น และปัญหาหลังเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพที่ศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน ได้แก่ ไม่มีระบบการติดตามคนไร้บ้านอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถติดต่อคนไร้บ้านได้ 2) กลไกของหน่วยงานภาครัฐมีกลไกที่สำคัญ คือ คณะอนุกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง คณะทำงานทีมสหวิชาชีพ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านการดำเนินงานโครงการ กิจกรรม ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาคประชาสังคม ภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนงานด้านการคุ้มครองคนไร้บ้าน และหน่วยงานภาคประชาสังคม มีกลไกในการทำงานที่สำคัญ คือ อาสาสมัครแกนนำคนไร้บ้าน อาสาสมัครนักศึกษา คณะทำงานหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานด้านการคุ้มครองคนไร้บ้าน เป็นต้น สำหรับกระบวนการคุ้มครองคนไร้บ้านของหน่วยงานภาครัฐมีกระบวนการที่สำคัญ คือ กระบวนการรับแจ้ง กระบวนการคัดกรอง กระบวนการคุ้มครองช่วยเหลือพัฒนาศักยภาพกระบวนการส่งต่อ กระบวนการติดตามและประเมินผล และกฎหมายที่นำไปสู่การปฏิบัติงาน และกระบวนการคุ้มครองคนไร้บ้านของหน่วยงานภาคประชาสังคมมีกระบวนการที่สำคัญ คือ การบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง จุดมุ่งหมายให้คนไร้บ้านเข้าถึงสวัสดิการและพึ่งพาตนเองได้โดยการจัดสวัสดิการภายในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน เช่น การออมทรัพย์สัจจะวันละ 1 บาท การเข้าร่วมกองทุนสวัสดิการสังคม การรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัยของตนเอง และการฝึกอาชีพ เป็นต้น3) แนวทางการพัฒนาระบบการคุ้มครองคนไร้บ้าน ประกอบด้วย การพัฒนาระบบก่อนเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ระหว่างการเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ หลังเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองคนไร้บ้านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ข้อเสนอแนะจากการศึกษา จากสถานการณ์คนไร้บ้านทั่วประเทศมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พบว่า ระบบฐานข้อมูลคนไร้บ้านที่หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาสังคมมีนั้นไม่สามารถดึงข้อมูลเพื่อปรับใช้ในการช่วยเหลือคนไร้บ้านได้ จึงควรมีการสำรวจ และจัดทำระบบฐานข้อมูลคนไร้บ้านทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลคนไร้บ้านมาใช้ในการเข้าถึงกลุ่มคนไร้บ้าน นำไปสู่กระบวนการช่วยเหลือ คุ้มครองคนไร้บ้านให้ได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และตั้งหลักชีวิตได้
《无家可归者保护系统发展方向研究》的研究旨在分析无家可归者问题现状、保护机制与流程,以及系统发展方向。本研究采用定性研究方法(Qualitative Methodology),通过深度访谈(In-depth Interview)收集数据:受访者包括8名无家可归者、4名政府部门工作人员及4名民间社会组织工作人员;此外,还开展了焦点小组讨论,参与者为3名政府人员与1名民间组织人员,共计4人。研究通过关联实际情境下的各类关系,对深度访谈数据进行分析与处理,得出以下结论:1)多数受访无家可归者有露宿公共场所及入住临时庇护所的经历。入住前的问题包括家庭矛盾、失业/无业、健康问题、户籍缺失及行为问题,且个体问题存在重叠与差异,同时反映出多元需求;入住期间的问题有服务供给与需求不匹配、庇护所内精神疾病患者集中居住及冲突频发等;入住后的问题则包括缺乏持续跟踪机制及无法联系到无家可归者等。2)政府部门的核心工作机制包括无家可归者保护委员会、跨专业工作组、社会发展与人类安全志愿者,以及通过项目、活动联动地方政府及相关民间社会、私营部门网络推进保护工作;民间社会组织的核心机制包括无家可归者核心志愿者、学生志愿者、快速反应移动工作组及政府部门保护网络等。政府部门的保护流程涵盖接报、筛选、赋能保护援助、转介、跟踪评估及相关法律法规执行;民间组织的流程则聚焦与政府及私营部门的协同整合,通过庇护所内服务(如每日1泰铢储蓄计划、社会福利基金参与、住宿费用自理及职业培训等)助力无家可归者获取服务并实现自立。3)系统发展方向需覆盖入住前、中、后全周期,通过政府、民间社会及相关网络的协同整合,提升无家可归者生活质量。基于全国无家可归者数量增长的现状,研究建议:当前政府与民间组织的无家可归者数据库无法有效支撑援助工作,应开展全国性无家可归者调查并建立统一数据库,以优化服务触达与保护流程,最终助力无家可归者改善生活质量并重建稳定生活。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-11-09



