five

การศึกษาค่าพารามิเตอร์ทางโลหิตวิทยาและสารบ่งชี้การอักเสบสำหรับประเมินความรุนแรงในผู้ป่วยโรคโควิด-19

收藏
DataCite Commons2023-02-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.109
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2) ผู้ป่วยติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดพยาธิสภาพในระบบทางเดินหายใจจากภาวะปอดอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งการพยากรณ์ความรุนแรงของโรคที่รวดเร็วและแม่นยำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง จากการศึกษาการตรวจวิเคราะห์ complete blood count และ C-reactive protein สามารถนำมาประเมินความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการรายงานการนำค่าพารามิเตอร์ทางห้องปฏิบัติการมาใช้ประเมินความรุนแรงของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของค่าพารามิเตอร์ทางโลหิตวิทยาและสารบ่งชี้การอักเสบและประสิทธิภาพสำหรับประเมินความรุนแรงในผู้ป่วยโรคโควิด-19 รูปแบบการศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (retrospective cohort study) จากผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 474 ราย ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสระบุรี ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2564 ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา แบ่งผู้ป่วยติดเชื้อออกเป็นกลุ่มผู้ป่วยอาการปานกลางและรุนแรง โดยประเมินร่วมกับความจำเป็นในการได้รับออกซิเจนบำบัด ทำการเปรียบเทียบระดับของค่าพารามิเตอร์ในแต่ละกลุ่มด้วยสถิติ Mann-Whitney U test และ Dunn’s multiple comparison test และวิเคราะห์ประสิทธิภาพของค่าพารามิเตอร์ในการประเมินความรุนแรง อัตราการเสียชีวิต และความจำเป็นในการรักษาด้วยออกซิเจนบำบัดโดย receiver operating characteristic curve (ROC) ผลการศึกษาพบว่าในกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงมีระดับของ white blood cell count, absolute neutrophil count, C-reactive protein, NLR, PLR และ CLR มากกว่ากลุ่มผู้ป่วยอาการปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพบระดับของค่าพารามิเตอร์ดังกล่าวในกลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจแบบ high flow nasal cannula และ invasive machinal ventilator มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยออกซิเจนขณะที่ absolute lymphocyte count มีค่าน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังจากนำมาประเมินความรุนแรงของโรคพบว่าค่า NLR เป็นพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด โดยพบค่าพื้นที่ใต้กราฟ (AUC) เท่ากับ 0.710 โดยค่า cutoff มากกว่า 4.35 มีความไวเท่ากับร้อยละ 71.0 และความจำเพาะเท่ากับ 58.0 เช่นเดียวกับการประเมินโอกาสการเสียชีวิตซึ่งพบว่า NLR มีค่า AUC เท่ากับ 0.664 โดยค่า cutoff มากกว่า 5.10 มีความไวเท่ากับร้อยละ 71.1 และความจำเพาะเท่ากับร้อยละ 54.2 นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีระดับของค่า NLR มากกว่าค่า cutoff มีโอกาสเกิดความรุนแรงและเสียชีวิตเท่ากับ 3.384 และ 2.909 เท่าตามลำดับ ส่วนการประเมินความจำเป็นในการได้รับออกซิเจนบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงด้วยค่าพารามิเตอร์บ่งชี้การอักเสบ พบว่าค่า CRP, NLR และ CLR แสดงค่า AUC เท่ากับ 0.740, 0.740 และ 0.764 ตามลำดับ โดยที่ค่า cutoff ของ CRP ≥ 30.0 mg/L มีความไวร้อยละ 75.6 และความจำเพาะร้อยละ 59.3 NLR ≥ 3.0 มีความไวร้อยละ 76.8 และความจำเพาะร้อยละ 59.3 และ CLR ≥ 25.0 มีความไวร้อยละ 75.8 และความจำเพาะ 60.5 อย่างไรก็ตามพบว่าหากมีการวิเคราะห์โดยเพิ่มค่า cutoff ของ NLR ≥ 6.0 และ CLR ≥ 60.0 สามารถช่วยคัดแยกผู้ป่วยที่ต้องได้รับออกซิเจน โดยเฉพาะการรักษาด้วย high flow nasal oxygen cannula ได้อย่างเหมาะสม ขณะที่การเพิ่มค่า cutoff ของ NLR ≥ 8.0 และ CLR ≥ 80.0 สามารถนำมาประเมินการรับรักษาด้วย invasive mechanical ventilator ได้ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น ดังนั้นการศึกษาค่าพารามิเตอร์ทางโลหิตวิทยาและสารบ่งชี้การอักเสบครั้งนี้ ค่าพารามิเตอร์ NLR และ CLR สามารถนำมาประยุกต์ใช้ทางคลินิก และอาจมีส่วนช่วยประเมินความรุนแรง อัตราการเสียชีวิตและแนวทางรักษาด้วยออกซิเจนบำบัดอย่างเหมาะสมภายใต้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยลดโอกาสเกิดภาวะ respiratory failure และการเสียชีวิตได้อย่างทันท่วงที

2019冠状病毒病(COVID-19)是一种由严重急性呼吸综合征冠状病毒2型(severe acute respiratory syndrome coronavirus 2, SARS-CoV-2)感染引起的新发疾病。大多数感染者会出现呼吸系统病变,表现为急性肺炎,因此快速准确地预测疾病严重程度至关重要。已有研究表明,全血细胞计数(complete blood count, CBC)和C反应蛋白(C-reactive protein, CRP)可有效评估疾病严重程度。然而,泰国尚未有关于使用实验室参数评估COVID-19严重程度的报道,因此本研究旨在探讨血液学参数和炎症标志物与COVID-19患者疾病严重程度的相关性及其评估效能。本研究为回顾性队列研究(retrospective cohort study),纳入2021年5月1日至8月31日(佛历2564年)期间在沙拉武里医院接受治疗的474例Delta变异株COVID-19患者。根据是否需要氧疗,将患者分为中度和重度病例组。采用Mann-Whitney U检验和Dunn多重比较检验比较各组参数水平,并通过受试者工作特征曲线(receiver operating characteristic curve, ROC)分析参数在评估疾病严重程度、死亡率及氧疗需求方面的效能。研究结果显示,重度病例组的白细胞计数(white blood cell count, WBC)、中性粒细胞绝对计数(absolute neutrophil count, ANC)、C反应蛋白(CRP)、中性粒细胞与淋巴细胞比值(neutrophil-to-lymphocyte ratio, NLR)、血小板与淋巴细胞比值(platelet-to-lymphocyte ratio, PLR)及C反应蛋白与淋巴细胞比值(C-reactive protein-to-lymphocyte ratio, CLR)水平显著高于中度病例组(具有统计学意义)。此外,接受高流量鼻导管(high flow nasal cannula, HFNC)和有创机械通气治疗的患者上述参数水平显著高于无需氧疗的患者,而淋巴细胞绝对计数则显著降低。在疾病严重程度评估中,NLR是最适合的参数,其曲线下面积(area under the curve, AUC)为0.710;截断值(cutoff)>4.35时,灵敏度为71.0%,特异度为58.0%。对于死亡风险评估,NLR的AUC为0.664;截断值>5.10时,灵敏度为71.1%,特异度为54.2%。此外,NLR高于截断值的患者发生重症和死亡的风险分别为3.384倍和2.909倍。对于重度病例组氧疗需求的评估,炎症标志物CRP、NLR和CLR的AUC分别为0.740、0.740和0.764。其中,CRP截断值≥30.0 mg/L时,灵敏度为75.6%,特异度为59.3%;NLR截断值≥3.0时,灵敏度为76.8%,特异度为59.3%;CLR截断值≥25.0时,灵敏度为75.8%,特异度为60.5%。然而,研究发现,当NLR截断值提高至≥6.0且CLR≥60.0时,可有效区分需要氧疗的患者,尤其是适合接受高流量鼻导管氧疗的患者;而当NLR截断值≥8.0且CLR≥80.0时,评估有创机械通气需求的准确性显著提高。因此,本研究表明,血液学参数NLR和CLR可应用于临床实践,在医疗设备有限的情况下,有助于合理评估疾病严重程度、死亡率及氧疗方案,从而及时降低呼吸衰竭和死亡风险。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-02-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务