five

การบริหารจัดการเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ในเขตทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย: กรณีศึกษาทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช

收藏
DataCite Commons2023-10-16 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1284
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ในเขตทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรณีศึกษาทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารายละเอียดของการบริหารจัดการพื้นที่แนวเขตทางพิเศษที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินนโยบายของหน่วยงานในการบริหารจัดการแนวเขตทางทางพิเศษได้มีประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ผู้ศึกษาใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) โดยการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสาร (Documentary Study) การลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth interview) กับผู้เกี่ยวข้องในภาคส่วนต่าง ๆ ที่สัมพันธ์เชื่อมโยงกับการศึกษาวิจัยซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key-informants) จำนวนทั้งสิ้น 8 คนผลการศึกษา พบว่า การบริหารจัดการเพื่อใช้ประโยชน์พื้นที่ในเขตทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยที่ลดลงจากการเก็บค่าผ่านทางพิเศษในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ในขณะที่รายจ่ายของหน่วยงานมีแนวโน้มที่สูงขึ้นในทุกปี นโยบายผู้บริหารของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติม คือ การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดรายได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายที่ส่งผลให้การดำเนินงานไม่คล่องตัวการใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตทางพิเศษ และนอกจากนี้ยังพบปัญหาสำคัญเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ การบริหารสัญญา ยังไม่เป็นระบบ เกิดความไม่ชัดเจน ส่งผลกระทบต่อคู่สัญญาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์สรุปผลการศึกษา การบริหารจัดการพื้นที่แนวเขตทางพิเศษฯ สามารถแยกได้ดังนี้ ประการแรก ด้านนโยบาย แผนการดำเนินงาน ศักยภาพของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย มีแนวทางในการขับเคลื่อนมูลค่าพื้นที่ในเขตทางพิเศษ โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพื้นที่ที่มีอยู่ แต่เนื่องจาก กทพ. เป็นรัฐวิสาหกิจ การดำเนินงานต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกอบกับโครงสร้างของหน่วยงานมีสายบังคับบัญชามาก จึงเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ประการที่สอง ด้านการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขตทางพิเศษ พบว่า มีปัญหาในเรื่องความคลุมเครือ ขั้นตอนการติดต่อประสานงานมีความล่าช้า ในฐานะหน่วยงานของรัฐด้วยกันมีความยากลำบากในการเข้าถึงข้อมูลสัญญา ไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสัญญา ดังนี้จึงควรมีการสร้างความเข้าใจร่วมกันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพประการที่สาม ด้านบริบทเชิงพื้นที่กับความคาดหวัง ความต้องการ ปัญหาอุปสรรคของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่เขตทางพิเศษ พบว่า ความไม่เข้าใจในความต้องการของชุมชน ผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ การประสานงานระหว่างการทางพิเศษฯ สำนักงานเขต และชุมชน มีช่องว่าง ทำให้เกิดความล่าช้า จนนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในวัตถุประสงค์ของการประโยชน์ในพื้นที่ ข้อเสนอแนะ จากข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาวิจัย ผู้ศึกษามีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการใช้ประโยชน์ในเขตทางพื้นที่เขตทางพิเศษในอนาคต ดังนี้ ประการแรก ด้านบุคลากร กทพ. ควรจะมีการปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงต่อการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตทางพิเศษให้มีความสามารถและทักษะ ความรู้ความเข้าใจด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบูรณาการทำงานร่วมกัน ประการที่สอง ด้านโครงสร้าง กทพ. ควรมีการปรับปรุงโครงสร้างภายในองค์กรให้มีหน่วยงานที่รองรับภารกิจในการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตทางพิเศษได้ครบทุกมิติ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น ประการที่สาม ด้านการจัดการ กทพ.ควรมีรูปแบบการบริหารจัดการที่เป็นระบบ รวมทั้งมีการสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในบริเวณโดยรอบพื้นที่การใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น ประการที่สี่ ด้านการจัดเก็บฐานข้อมูล ควรมีการจัดเก็บข้อมูลพื้นที่เขตทางพื้นที่ทางพิเศษในรูปแบบดิจิตอลให้เป็นปัจจุบันด้วยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ GIS เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยในการบริหารจัดการ ประการสุดท้าย ด้านชุมชนสัมพันธ์และให้สิทธิประชาชนในพื้นที่ กทพ. ควรให้ความสำคัญกับชุมชนที่อยู่ติดพื้นที่ของ กทพ. เนื่องจากผู้มีที่ได้รับผลกระทบโดยตรงต่อการใช้พื้นที่ของ กทพ. ควรมีมาตรการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบและครอบคลุม

本研究题为《泰国特殊经济区土地利用管理研究——以朱拉隆功特殊经济区及诗丽吉特殊经济区为案例》,旨在探讨已实施的特殊经济区土地管理细节,为相关机构制定高效且符合目标的特殊经济区管理政策提供参考。本研究采用定性研究(Qualitative Method),通过文献研究(Documentary Study)、实地数据采集及对8位关键信息提供者(Key-informants)的深度访谈(In-depth interview)获取数据。研究结果显示,泰国特殊经济区的土地利用管理在2019冠状病毒病(COVID-19)疫情期间,过路费收入平均下降,而机构支出逐年上升。因此,泰国特殊经济区管理局(กทพ.)需拓展其他收入来源,即利用现有资产创造附加值,但法律限制导致土地利用管理运作不畅。此外,还存在土地管理、合同管理不系统、模糊不清等问题,影响利益相关者,且土地利用不符合目标。研究总结如下:其一,政策与计划层面,泰国特殊经济区虽有潜力通过现有土地资源创造价值,但作为国有企业,需遵守法律法规且机构层级较多,阻碍了土地利用管理的推进;其二,土地利用管理层面,存在流程繁琐、协调延迟等问题,政府机构难以获取合同信息,导致对合同真实目标认知不清,需加强协作以实现多方共赢;其三,空间背景与利益相关者需求层面,社区及利益相关者需求认知不足,泰国特殊经济区管理局(กทพ.)、区域办公室与社区间协调存在差距,导致目标理解偏差及延迟。基于研究数据,提出以下建议:其一,人力资源方面,泰国特殊经济区管理局(กทพ.)应调整直接负责特殊经济区土地管理的内部人员,使其具备房地产业务知识与技能,促进多方协作;其二,结构方面,优化内部组织结构,设立全面支持特殊经济区土地管理职能的部门,提升工作效率;其三,管理方面,建立系统化管理模式,加强与周边利益相关者的沟通;其四,数据库方面,利用地理信息系统(GIS)数字化存储特殊经济区土地数据;其五,社区关系方面,重视周边社区,为受影响者提供系统且全面的援助。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-16
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务