มาตรการทางกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค: กรณีศึกษาสัญญาอัจฉริยะ
收藏DataCite Commons2023-09-19 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.636
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การค้นคว้าอิสระฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคกับการทำสัญญาอัจฉริยะซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเพื่อเข้ามาเพิ่มความสะดวกให้แก่การทำธุรกรรมทุกประเภท โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง แต่อย่างไรก็ดี การทำสัญญาอัจฉริยะนั้นได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำสัญญาด้วยการกำหนดเงื่อนไขด้วยการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เพื่อให้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ในการดำเนินการตามเงื่อนไขในสัญญาได้อัตโนมัติตามคำสั่งที่ถูกตั้งค่าไว้ในระบบบล็อกเชน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความสะดวกสบายแก่การทำธุรกรรมโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก แต่ในณะเดียวกันก็ส่งผลในแง่ลบต่อผู้บริโภคเป็นการเฉพาะแก่กรณีที่ผู้บริโภคโดยทั่วไปแล้วไม่ได้มีความรู้เฉพาะด้านเกี่ยวกับภาษาคอมพิวเตอร์โดยตรง อันทำให้ผู้บริโภคไม่อาจเข้าใจเงื่อนไขของสัญญาที่ถูกกำหนดเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน จนก่อให้เกิดความสับสนต่อการอ่านและพิจารณาเงื่อนไขในสัญญาได้อย่างถูกต้องและเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อสัญญานั้นได้กระทำขึ้นโดยปราศจากการแปลเป็นภาษาธรรมชาติ (หรือภาษาไทย) ที่อ่านและเข้าใจได้ง่ายด้วยการทำเอกสารก่อนทำสัญญาหรือได้รับการบอกกล่าวจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนที่จะตกลงเข้าทำสัญญา ซึ่งเหตุดังกล่าวเป็นผลทำให้เกิดปัญหาต่อการได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภค เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจซึ่งอยู่ในฐานะที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าผู้บริโภคอาจอาศัยพฤติการณ์อ่อนแอของผู้บริโภคที่ปราศจากความรู้หรือความสามารถในการทำความเข้าใจเงื่อนไขของสัญญาในรูปแบบภาษาคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตนเองจนทำให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบด้วยการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนเป็นเหตุให้ผู้บริโภคไม่สามารถใช้สิทธิของตนเพื่อพิจารณาเงื่อนไขในสัญญานั้นได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเข้าทำสัญญา ทั้งยังขาดอิสระในการปฏิเสธหรือเจรจาเงื่อนไขของสัญญาเพื่อให้เป็นไปตามเจตนาที่แท้จริงของตนได้ ด้วยเหตุที่ว่าสัญญาอัจฉริยะมีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาความสมบูรณ์ของสัญญา แม้ว่าประเทศไทยจะได้มีการออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคออกมาหลายฉบับแล้ว แต่จากการศึกษาของการค้นคว้าอิสระฉบับนี้แล้วเห็นว่าการคุ้มครองผู้บริโภคตามกฎหมายไทยยังไม่เหมาะสมแก่การนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้จากการทำสัญญาอัจฉริยะที่อาศัยความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทางเทคโนโลยีซึ่งสวนทางกับความก้าวหน้าทางกฎหมายของประเทศไทยที่ไม่ตอบรับกับมาตรฐานสากลของประเทศที่พัฒนาแล้ว ตลอดจนสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยปัญหาทั้งหลายจะยังคงไม่สิ้นไป ตราบใดที่กฎหมายที่มีอยู่นั้นยังไม่พร้อมที่จะคุ้มครองและปกป้องสิทธิของผู้บริโภคในทางดิจิทัลเป็นการเฉพาะเจาะจง ดังนั้น การพัฒนากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของไทยจึงถือเป็นสิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญและถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาทบทวนใหม่เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขอย่างรวดเร็วและเป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่ได้เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นสำหรับกรณีสัญญาอัจฉริยะ ตลอดจนเพื่อตระหนักถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในทางดิจิทัลด้วยการสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจให้เกิดความเท่าเทียมกัน
本独立研究旨在探讨智能合约(Smart Contract)背景下的消费者保护问题。智能合约作为一项旨在为各类交易——尤其是企业与消费者之间的远程交易——增添便利性的技术,其核心在于通过计算机语言设定条款,使区块链系统中的程序能够依据预设指令自动执行合约条件。这种变革虽为交易带来了无需第三方介入的便捷性,但也对消费者产生了负面影响:普通消费者往往缺乏直接的计算机语言专业知识,无法完全或部分理解以计算机语言呈现的合约条款,导致在阅读和评估条款时难以做到准确全面,尤其当合约未事先翻译成易于理解的自然语言(或泰语)文档,或企业未提前告知相关内容时,这一问题更为突出。上述情况损害了消费者基本权利的公平性,因为处于优势地位的企业可能利用消费者缺乏理解计算机语言合约条款的知识或能力这一弱点,对其进行不公平对待;同时,消费者也无法在决策签约前充分考量条款内容,亦难以拒绝或协商合约条款以契合自身真实意愿——这源于智能合约为保障其完整性而具备的不可篡改特性。尽管泰国已出台多部消费者保护相关法律,但本研究发现,泰国现行法律仍无法有效适配智能合约技术快速发展所引发的各类问题,与发达国家的国际标准脱节,且难以应对持续变化的全球形势。因此,修订泰国消费者保护法应被列为首要任务,需尽快重新审视并完善,以解决智能合约相关的现有及潜在问题,同时通过平衡消费者与企业的权利,强化对数字环境下消费者权利的保护。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-19



