five

ความสัมพันธ์ระหว่างระยะความสูงของส่วนโค้งของกระดูกแอตลาสกับลักษณะโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศรีษะในแนวดิ่งในคนไทย

收藏
DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.1999.376
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างระยะความสูงของส่วนโค้งของกระดูกแอตลาสกับลักษณะโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะในแนวดิ่ง และนำค่าระยะความสูงของส่วนโค้งของกระดูกแอตลาสมาใช้พยากรณ์ลักษณะโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะในแนวดิ่งในคนไทย ได้ทำการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงจากผู้ป่วยที่มารับการรักษาทันตกรรมจัดฟันที่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 180 คน อายุ 15-25 ปี ประกอบด้วยเพศชาย จำนวน 90 คน และเพศหญิงจำนวน 90 คน กลุ่มตัวอย่างแต่ละเพศประกอบด้วย ตัวอย่างที่มีลักษณะโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะในแนวดิ่งแบบสบเปิดจำนวน 30 คน สบปกติจำนวน 30 คน และสบลึกจำนวน 30 คน นำภาพรังสีกะโหลกศีรษะด้านข้างของกลุ่มตัวอย่างมาลอกรายละเอียด วัดค่ามุม SN-GoGn มุม FMA มุม Y axis-FH ค่าระยะทาง AR-Go ค่าอัตราส่วน SGo/NMe (ร้อยละ) ค่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหน้าและค่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหลังของกระดูกแอตลาส จากการใช้สถิติวิเคราะห์ความแตกต่างแบบที พบว่าเช่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหน้าและค่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหลังของกระดูกแอตลาส ในเพศชายและหญิงมีความแตกต่างกันที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 ผลการวิจัยพบว่าค่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหน้าและระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหลังของกระดูกแอตลาส มีความสัมพันธ์กับค่ามุม SN-GoGn และค่ามุม FMA ในทิศทางตรงกันข้าม และมีความสัมพันธ์กับค่าระยะทาง Ar-Go และค่าอัตราส่วน SGo/NMe (ร้อยละ) ในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่ค่ามุม Yaxis-FH มีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหลังของกระดูกแอตลาส โดยไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหน้าของกระดูกแอตลาส และเมื่อวิเคราะห์สมการถดถอยด้วยวิธีสเตปไวส์ พบว่า ค่าระยะความสูงของส่วนโค้งด้านหลังของกระดูกแอตลาสถูกเลือกใช้ในการพยากรณ์ลักษณะโครงสร้างใบหน้าและกะโหลกศีรษะในแนวดิ่ง โดยสามารถใช้พยากรณ์ค่าอัตราส่วน SGo/NMe (ร้อยละ) ได้ดีที่สุดทั้งในเพศชายและหญิง และใช้พยากรณ์ค่ามุม SN-GoGn และ FMA ในเพศหญิงและค่ามุม SN-GoGn ในเพศชายได้ดีในอันดับรองลงมา

本研究旨在探究寰椎(atlas)弓高度与面部及颅骨垂直向结构特征之间的关联,并利用寰椎弓高度参数预测泰国人群的面部与颅骨垂直向结构特征。本研究采用目的性抽样方法,选取泰国朱拉隆功大学牙科学院正畸治疗的患者作为研究对象,共纳入180名年龄介于15~25岁的受试者,其中男性、女性各90名;每个性别组又分为3个亚组:开𬌗、正常𬌗与深覆𬌗受试者各30名。研究采集所有受试者的头颅侧位放射影像,测量以下参数:SN-GoGn角、FMA角、Y轴-FH角、AR-Go间距、SGo/NMe比值(百分比)、寰椎前弓高度以及寰椎后弓高度。采用独立样本t检验进行统计学分析后发现,男性与女性的寰椎前、后弓高度差异均具有0.01水平的统计学显著性。研究结果显示,寰椎前、后弓高度与SN-GoGn角及FMA角呈负相关,与AR-Go间距及SGo/NMe比值(百分比)呈正相关;而Y轴-FH角仅与寰椎后弓高度呈负相关,与寰椎前弓高度无显著相关性。通过逐步多元回归分析进一步验证发现,寰椎后弓高度可用于预测面部与颅骨垂直向结构特征,其中对男女受试者的SGo/NMe比值(百分比)的预测效果最佳;其次可分别预测女性受试者的SN-GoGn角与FMA角,以及男性受试者的SN-GoGn角。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务