การอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์: กรณีศึกษาสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน
收藏DataCite Commons2022-04-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1188
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์เรื่อง “การอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์ กรณีศึกษาสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน” มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาถึงสถานการณ์และประเด็นปัญหาในการขับเคลื่อนภารกิจการดำเนินงานสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน ในเรื่องการสนับสนุนและกลไกการดำเนินงานจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชน ศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์และมีผลต่อการกำกับกฎเกณฑ์สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และศึกษาถึงแนวทางการออกข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน เพื่อให้ได้มาซึ่งมาตรฐานในการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคประชาชนและสังคมสถานการณ์และประเด็นปัญหาในการขับเคลื่อนภารกิจการดำเนินงานด้านสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนของภาครัฐ พบว่า มีภาพปรากฏของความพร่าเลือนในการกำกับกฎเกณฑ์ เนื่องจากยังไม่ปรากฏรูปแบบความร่วมมือในการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่ชัดเจน ทั้งภายในหน่วยงานของภาครัฐด้วยกันเองและฝ่ายปกครองกับภาคเอกชน รวมถึงยังไม่มีการบูรณาการร่วมกันทางนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ราชการระดับภูมิภาคในการตัดสินกระทำการบางอย่าง หรือการทำงานร่วมกันทั้งจากฝ่ายปกครองและภาคเอกชน ทำให้ยังไม่เกิดการบูรณาการร่วมกันทางนโยบายที่เป็นรูปธรรมและชัดเจน อีกทั้งฝ่ายปกครองยังไม่ปรากฏการปรับตัวในการทำงานให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีลักษณะการทำงานแบบตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์ด้านสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนของฝ่ายปกครองหรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังคงมีข้อจำกัดสำคัญในการอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์อยู่ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์และมีผลต่อการกำกับกฎเกณฑ์สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน พบว่า ปัจจัยหลักที่ไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควร คือ ปัญหาการรวมศูนย์แบบกระจายอำนาจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่รวมภารกิจในการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทั้งหมดในประเทศ และกระจายอำนาจด้านการกำกับกฎเกณฑ์สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และภารกิจเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนไปที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน อันก่อให้เกิดปัญหากรมาธิปไตย ที่แหล่งทรัพยากรหลักรวมถึงอำนาจต่าง ๆ จะอยู่ที่กรม แต่กิจกรรมเฉพาะกิจในการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ระดับภูมิภาค หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ทำให้ผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมด้านสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนจะขึ้นอยู่กับกรอบอำนาจและทรัพยากรของหน่วยงาน และปัญหาด้านการขาดความเป็นสถาบันของกลไกการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ ส่งผลให้รูปแบบการขับเคลื่อนภารกิจในพื้นที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก ทั้งนี้ ในเชิงพื้นที่ยังพบปัญหาของการไม่สามารถอภิบาลได้ เนื่องจากตัวแสดงต่าง ๆ ยังขาดการบูรณาการขับเคลื่อนงานด้านบริการสาธารณะร่วมกัน ด้วยปัจจัยหลักในด้านข้อกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดต่อบทบาทและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ส่งผลต่อกระบวนการขับเคลื่อนงานและระบบความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนที่ยังมีประเด็นปัญหาและข้อติดขัดหลายประการในการนี้ จึงนำมาสู่แนวทางการออกข้อเสนอแนะในการปรับปรุงและพัฒนามาตรฐานสถานรับเลี้ยงเด็กชน ที่แบ่งได้ 2 ระดับด้วยกัน ในระดับแรก คือ การปรับรื้อโครงสร้างเดิมเพื่อจัดวางโครงสร้างใหม่ เป็นการปฏิรูปการอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้เกิดขึ้นในระดับประเทศ และในระดับที่สอง คือ การปรับเปลี่ยนระบบการดำเนินงานที่มีอยู่ให้มีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น เป็นการปรับบทบาทของแต่ละระดับการบริหารราชการให้เกิดขึ้น ซึ่งจะนำมาสู่การพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชนให้มีแบบแผนและการดำเนินงานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ อันก่อให้เกิดการอภิบาลเชิงการกำกับกฎเกณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประสิทธิผล นำมาสู่การบริการสาธารณะที่มุ่งสร้างผลประโยชน์ต่อภาคสาธารณะมากที่สุด
本研究为题为《私立托儿所监管治理案例研究》的学位论文,其研究目的如下:其一,探析私立托儿所(private childcare institution)运营使命中的现状与核心问题,包括政府向私营部门提供的支持及私立托儿所的运营机制;其二,剖析与当前现状相关、并影响私立托儿所监管治理的各类因素;其三,探索改进与完善私立托儿所行业标准的政策建议,以期建立标准化的私立托儿所设立体系,最大化惠及民众与社会。针对政府推动私立托儿所运营的现状与核心问题,研究发现当前监管治理存在模糊虚化的困境:一方面,政府内部各部门间、政府与私营主体间尚未形成清晰的合作运营模式;另一方面,缺乏政策层面的统筹整合——既未实现向地方政府下放部分决策权限,也未建立政府与私营部门的协同工作机制,导致尚未形成具象且清晰的政策协同框架。此外,政府部门未建立持续学习的工作模式,且整体工作以被动响应为主,使得社会发展与人类安全保障部(Ministry of Social Development and Human Security)对私立托儿所的监管治理仍存在显著局限。关于影响私立托儿所监管治理的相关因素,研究发现核心低效因素源于社会发展与人类安全保障部的权责分散问题:该部门统筹全国社会发展与人类安全保障相关事务,同时将私立托儿所监管治理以及儿童与青少年相关事务的权责下放至儿童和青少年事务局(Department of Children and Youth Affairs),由此形成权责错配困境——核心资源与权限集中于中央部门,而具体执行工作则下沉至地方各级社会发展与人类安全保障办公室,导致私立托儿所相关工作的成效完全依赖于对应部门的权限与资源配置;此外,地方层面政策执行机制缺乏制度化保障,使得区域内的使命推动难以取得理想成效。同时,区域层面还存在监管困境:由于各主体尚未形成公共服务协同推进的整合机制,加之法律框架限制了政府部门的角色与权责范围,进一步导致私立托儿所相关利益方的协作流程与合作机制存在诸多争议与阻碍。基于上述研究结论,本研究提出两级改进与行业标准优化路径:第一层级为国家级层面,即重构原有治理框架,建立全国性的早期儿童发展机构监管治理体系;第二层级为地方层面,即优化现有运营体系以明确工作方向,调整各级行政部门的角色定位,最终实现全国范围内私立托儿所运营的统一规划与协同推进,构建高效的监管治理模式,最大化实现公共服务的社会效益。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-09



