five

การสื่อสารกับการสร้างอัตลักษณ์ของเด็กและเยาวชนสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี

收藏
DataCite Commons2022-04-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2002.458
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการสื่อสารกับการสร้างอัตลักษณ์ของเด็ก และเยาวชนในบริบทสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี การเก็บข้อมูลเป็นการประยุกต์ใช้วิธีชาติพันธุ์วรรณารวมระยะเวลา 4 เดือน โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มเด็กที่อาศัยอยู่ในบ้านพักเด็ก 3 หลังคือ บ้านชัยพฤกษ์ บ้านโกเมศ และบ้านจันทน์กะพ้อ จุดประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้มีดังนี้ 1. เพื่อศึกษาสภาวะแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรมของกลุ่มเด็กในสถานสงเคราะห์ 2. เพื่อศึกษาแบบแผนการสื่อสารของกลุ่มเด็ก 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการสื่อสารกับการสร้างอัตลักษณ์ของกลุ่มเด็ก 4. เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคของการสร้างอัตลักษณ์ในกลุ่มเด็ก ผลการวิจัยพบว่า สถานสงเคราะห์บ้านราชวิถีเป็นบริบทสังคมที่ยึดถือกฏระเบียบในการปกครอง ขาดที่พึ่งทางใจให้เด็ก สร้างค่านิยมให้เด็กกลายเป็นฝ่ายรับจากสังคมภายนอกตลอดเวลา สร้างความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันในกลุ่มสมาชิก และขาดความพร้อมต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็ก ซึ่งสภาพสังคมในลักษณะดังกล่าวมีอิทธิพลให้เด็กสร้างความเป็นตัวตนในภาพรวม 3 ลักษณะคือ การเป็นคนต้องการความรักความอบอุ่น การเป็นคนช่างขอ และการเป็นคนสองบุคลิกที่ภายนอกดูแข็งแกร่งแต่ภายในเปราะบาง เด็กสถานสงเคราะห์ใช้สื่อมวลชนสูงมากในวันเสาร์และวันอาทิตย์ สื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ โทรทัศน์ซึ่งเป็นสื่อส่วนกลางของบ้าน ในขณะที่วิทยุและสิ่งพิมพ์ได้รับความนิยมรองลงไป บ้านแต่ละหลังมีปริมาณสื่อให้เลือกใช้ไม่มากนัก แต่เด็กก็สามารถใช้ประโยชน์จากสื่อสร้างความพึงพอใจได้ โดยเฉพาะการสร้างความบันเทิง ซึ่งเนื้อหาที่ได้รับความนิยมได้แก่ ละครโทรทัศน์ รายการเพลง หนังสือการ์ตูนมหาสนุก และการ์ตูนญี่ปุ่น การสื่อสารกับบุคคลและการเปิดรับสื่อมวลชน มีความสัมพันธ์กับการสร้างอัตลักษณ์เด็ก วิธีการเลี้ยงดูของครูแม่บ้านมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างอัตลักษณ์ร่วม ของเด็กในบริบทบ้านแต่ละหลัง ในขณะที่สื่อมวลชนมีส่วนเสริมสร้างอัตลักษณ์ทางเพศของเด็กได้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นด้วยการเลียนแบบการแต่งกาย การอยู่ร่วมกันของสมาชิกเพศหญิงจำนวนมากในบริบทบ้านสามหลัง ไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกคนใดแสดงพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน อย่างไรก็ดี สมาชิกเพศชายรุ่นเล็กหนึ่งคนอาจประสบปัญหาความสับสนทางเพศได้ เด็กมีความตระหนักรู้ว่าตนคือกลุ่มเด็กสถานสงเคราะห์ จากการเข้ามาอยู่อาศัยและต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ อย่างไรก็ดี พวกเขาขาดจิตสำนึกร่วมของความเป็นเด็กสถานสงเคราะห์ เพราะมองว่าชนชั้นในบริบทสถานสงเคราะห์ด้อยกว่าบุคคลอื่นในสังคม อันเป็นผลมาจากการเปรียบเทียบตัวตนกับบุคคลรอบตัว และสิ่งที่นำเสนอผ่านสื่อมวลชนแล้ว เกิดความไม่พอใจต่อสภาพความเป็นอยู่ของตน ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนาอัตลักษณ์ของกลุ่มเด็ก เป็นผลจากความสัมพันธ์อันไม่ราบรื่นของเด็กกับบุคคลรอบตัว ครูแม่บ้านที่ไม่มีจิตวิทยา และสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เสริมสร้างศักยภาพแก่ตัวเด็ก

本研究旨在探讨儿童与青少年的沟通行为与其身份建构之间的关联,研究场景设于拉差威堤女童之家(Rajawithi Children's Home for Girls)。数据收集采用民族志(Ethnography)研究方法,研究周期为4个月,研究对象选自该机构内3处儿童宿舍,分别为猜帕叻之家(Chai Phruek Home)、歌美斯之家(Komet Home)以及占他卡波之家(Chanthakapoe Home)。本研究的研究目的如下:1. 探析该儿童福利机构内儿童群体所处的社会与文化环境;2. 研究该群体的沟通模式;3. 阐明沟通行为与该群体身份建构之间的内在关联;4. 剖析该群体在身份建构过程中面临的问题与阻碍。研究结果显示,拉差威堤女童之家的管理遵循严格的规章制度,未能为儿童提供情感支持,长期向儿童灌输需被动接纳外部社会价值观的观念,造成群体成员间的不平等感,且未具备助力儿童发展自身潜能的条件。此类社会环境对儿童的整体自我认同塑造产生了三方面影响:其一,表现为极度渴求关爱与温暖;其二,形成过度索取的行为模式;其三,呈现出双重人格特征——外在表现坚强,内心实则脆弱。该机构儿童在周六与周日对大众传媒的使用频率极高,其中最受喜爱的媒介为院内的公共电视,其次为广播与印刷出版物。各宿舍可供使用的媒介资源数量有限,但儿童仍能借助媒介获得情绪满足,尤其是通过娱乐内容,其中最受欢迎的内容包括电视剧、音乐节目、搞笑漫画以及日本动画。人际沟通与大众传媒接触,均与儿童的身份建构存在关联。宿舍管理员的养育方式,对各宿舍内儿童的共同身份建构发挥着关键作用;而大众传媒则通过促使青少年群体模仿穿搭风格,辅助塑造了儿童的性别身份。在该3处宿舍的大量女性成员群体中,未出现成员存在偏差行为的情况,但其中一名年幼男童可能存在性别认同困惑。儿童自身已明确意识到自身属于儿童福利机构的儿童群体,这源于他们入住该机构并需遵守既定规章制度的经历。然而,他们并未形成作为机构儿童的集体身份认同,原因在于他们认为机构内的群体相较于社会其他群体处于劣势地位,这种认知源自与身边人群的比较以及大众传媒所传递的社会叙事。儿童因此对自身的生活处境产生不满情绪。该群体儿童在身份发展过程中面临的问题与阻碍,源于儿童与周遭人群的不顺畅互动、缺乏心理学专业素养的宿舍管理员,以及未能助力儿童潜能发展的生活环境。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-04-21
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务