การศึกษาการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษา โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น "หนังตะลุง" ในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดสงขลา
收藏DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2000.460
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ศึกษาความคิดเห็นของครูผู้สอนและปราชญ์ชาวบ้าน ในการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษา โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ในด้านการเตรียมการสอน การกำหนดวัตถุประสงค์การสอน การเลือกใช้วิธีและเทคนิคการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การสอนซ่อมเสริม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ครูผู้สอนศิลปศึกษาจำนวน 84 คน และปราชญ์ชาวบ้านจำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ด้านเนื้อหา ผลการวิจัย 1. ครูผู้สอนวิชาศิลปศึกษาส่วนใหญ่เห็นด้วยมาก ในการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปศึกษา โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น "หนังตะลุง" ทั้ง 6 ด้าน คือ การเตรียมการสอน การกำหนดวัตถุประสงค์ การเลือกวิธีและเทคนิคการสอน การใช้สื่อการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การสอนซ่อมเสริม 2. ปราชญ์ชาวบ้านเห็นด้วยมากในการนำศิลปะพื้นบ้านทางด้านหนังตะลุง มาจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนโดยเน้นการสอนทางด้านการแสดงหนังตะลุง และการแกะรูปหนังตะลุง สถานที่ใช้ในการเรียนการสอน เน้นการสอนที่โรงเรียนมากกว่าที่บ้าน วิธีการสอนควรเน้นการสอนแบบสาธิต การวัดและประเมินผลโดยการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน ผู้เรียนควรสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติเองได้ 3. ผลจากการสังเกตการสอนของครูและปราชญ์ชาวบ้านในโรงเรียน พบว่า ใช้วิธีการสอนแบบบรรยายสลับการสอนแบบสาธิต และแบ่งกลุ่มปฏิบัติงาน โดยครูผู้สอนควรเรียนรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน และนำปราชญ์ชาวบ้านมาถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียนโดยตรง การสอนจะเปิดสอนในคาบชุมนุม (กิจกรรมซ่อมเสริม) และเปิดเป็นวิชาเลือก นักเรียนที่สนใจส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มากกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย สถานที่สอนส่วนใหญ่ใช้ห้องเรียนที่อยู่ภายในอาคารเรียน ครูและปราชญ์ชาวบ้านสอนเรื่องของการแสดงและการแกะรูปหนังตะลุง สอนในเนื้อหาที่เห็นว่าสำคัญ และการสังเกตการแสดงหนังตะลุงจากการแสดงสดและเทปบันทึกการแสดง ลำดับขั้นตอนวิธีการแสดงไม่แตกต่างกัน แต่จะต่างกันที่บรรยากาศ การชมได้ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังการแสดง การแกะรูปหนังตะลุงไม่ยากจนเกินไป ผู้เรียนสามารถปฏิบัติได้ 4. ครูศิลปศึกษาและปราชญ์ชาวบ้านได้ใช้ข้อเสนอแนะว่า ศิลปะพื้นบ้านทางด้านหนังตะลุงเป็นศิลปะที่ควรอนุรักษ์และสืบทอด ควรมีการนำเข้าสู่กระบวนการการจัดการศึกษาในโรงเรียนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับประถม-อุดมศึกษาโดยให้มีการเรียนการสอน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติและเป็นการสอนให้เห็นคุณค่าศิลปะพื้นฐานทางด้านหนังตะลุง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ ชื่นชม และมีความตระหนักในคุณค่าอันนำไปสู่การอนุรักษ์และสืบทอดต่อไป
本研究旨在探究泰国初中美术教师与民间艺人对于利用本土智慧开展美术学科教学的看法,涉及教学筹备、教学目标设定、教学方法与技术选型、教学媒介运用、教学效果评价以及补差教学六大维度。本研究的研究样本包含84名美术教师与6名民间艺人;研究工具涵盖调查问卷、访谈提纲与观察记录表;数据分析采用百分比、均值、标准差以及内容分析法。
研究结果如下:
1. 绝大多数美术教师高度认可将泰国皮影戏(หนังตะลุง)的本土智慧应用于美术教学,覆盖上述全部六大维度。
2. 民间艺人高度认可将皮影戏本土艺术引入校园教学,主张教学重点应聚焦于皮影戏表演与皮影刻制环节;教学场地优先选择校内而非校外;教学方法应侧重演示式教学;教学评价需通过观察学生行为开展;学生应具备自主实践所学知识的能力。
3. 通过对校内师生教学活动的观察发现,当前教学采用讲授结合演示、分组实践的授课模式;教师应向民间艺人学习,并邀请艺人直接向学生传授技艺;教学可依托社团活动(补差活动)与选修课开展;感兴趣的学生以初中生居多,高中生占比相对较低;教学场地多为校内普通教室;教学内容聚焦于皮影戏表演与皮影刻制的核心知识点;教学通过现场表演与录像观摩开展皮影戏表演观察。研究发现,不同观摩场景下的皮影戏表演流程并无差异,但现场氛围有所不同,且可同时观察表演台前与幕后环节;皮影刻制难度适中,学生可独立完成相关操作。
4. 美术教师与民间艺人共同提出建议:泰国皮影戏作为本土艺术应当得到保护与传承,应持续将其纳入从小学到高等教育的各级学校教育体系,兼顾理论教学与实践操作,让学生了解皮影戏的本土艺术价值,从而提升学生的认知水平与学习兴趣,最终实现本土艺术的保护与传承。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03



