การจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมน้ำเพื่อประโยชน์ด้านการเกษตรและบรรเทาผลกระทบของภาวะน้ำแล้ง
收藏DataCite Commons2022-07-16 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.297
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ปัญหาภัยแล้งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรน้ำของประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้รัฐบาลไทยต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ปัญหาภัยแล้งกลับยังคงสร้างความเสียหายให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการใช้น้ำมากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสาธารณะได้ซึ่งต้องใช้น้ำฝนในการทำเกษตรกรรมหลัก การมีอยู่ของแหล่งน้ำเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ทำเกษตรกรรมในช่วงที่น้ำขาดแคลนจะช่วยบรรเทาผลกระทบของภัยแล้งลงได้ และเป็นหน้าที่ของรัฐในการจัดทำบริการสาธารณะด้านน้ำเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำสาธารณะให้มีแหล่งน้ำสาธารณะไว้ใช้สำหรับทำเกษตรกรรม ในขณะเดียวกันการจัดทำบริการสาธารณะด้านน้ำย่อมเป็นการสร้างภาระให้กับรัฐด้วยเช่นกัน การกำหนดราคาน้ำภาคเกษตรกรรมเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้รัฐมีรายได้ชดชดเชยรายจ่ายอันเป็นต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำ เช่น ต้นทุนการจัดหาน้ำ ต้นทุนบริหาร และต้นทุนบำรุงรักษา อย่างไรก็ตามการเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมมักจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเสมอ การเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมจึงควรต้องให้สอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมเพื่อให้การชำระค่าน้ำภาคเกษตรกรรมเป็นที่ยอมรับและเกิดจากความเต็มใจของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นสำคัญ จากการศึกษาการกำหนดราคาค่าน้ำภาคเกษตรกรรมตามกฎหมายของต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกันกับประเทศไทย พบว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินเดีย และรัฐแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) มีการบังคับใช้กฎหมายภาษีและค่าธรรมเนียมเรียกเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมจากแหล่งน้ำสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำที่รัฐจัดทำขึ้นหรือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ การเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมส่งผลให้เศรษฐกิจด้านเกษตรกรรมของแต่ละประเทศมี GDP ที่สูงขึ้น เนื่องจากสามารถลดต้นทุนในการบริหารจัดการน้ำลง และมีรายได้เพื่อนำไปใช้วิจัยและพัฒนาด้านเกษตรกรรมให้การทำเกษตรกรรมใช้น้ำในปริมาณที่ลดลงแต่ยังคงสามารถสร้างผลผลิตได้เพิ่มขึ้นวิทยานิพนธ์เล่มนี้จึงได้ศึกษาโครงสร้างภาษีและค่าธรรมเนียมน้ำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินเดีย และรัฐแคลิฟอร์เนียของประเทศสหรัฐอเมริกา (USA) เพื่อเสนอแนะให้มีการตราพระราชบัญญัติภาษีน้ำขึ้นเป็นกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเรียกเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมในรูปแบบภาษี และแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ให้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการเก็บค่าน้ำภาคเกษตรกรรมในรูปแบบค่าธรรมเนียม โดยกฎหมายทั้งสองฉบับจะต้องประกอบไปด้วยบทบัญญัติตามโครงสร้างทางภาษีและโครงสร้างทางค่าธรรมเนียม บทบัญญัติมอบอำนาจหน่วยงานส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เรียกเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมน้ำภาคเกษตรกรรม บทบัญญัติให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมบริหารจัดการน้ำในท้องถิ่น และบทบัญญัติอันเกี่ยวกับต้นทุนที่ต้องนำรายได้จากการจัดเก็บภาษีไปชดเชย
干旱问题长期以来对泰国的水资源及国家经济发展造成深远负面影响,致使泰国政府投入巨额预算用于应对干旱灾害并缓解其衍生后果,但干旱仍持续对泰国农业产业造成破坏——该产业是全国用水量最大的板块,尤其对于无法获取公共水源、主要依赖天然降水开展农业生产的农区而言。储备灌溉用水以应对缺水时段,能够有效减轻干旱带来的冲击;而为无法获取公共水源的地区建设公共水利设施以服务农业生产,本是政府的公共服务职责,但此举同时也会给政府带来财政负担。制定农业水价是弥补水利管理成本(包括水资源筹措成本、运营成本及维护成本)的途径之一,然而征收农业水费往往会与农业从业者产生利益矛盾,因此农业水费的征收必须遵循公平原则,核心在于确保农业从业者自愿且认可水费缴纳行为。通过研究与泰国同为农业大国的海外国家的农业水价法律规范,发现中国、印度以及美国(USA)加利福尼亚州(California)均已出台法律,针对公共水源或天然水源征收农业水税费,涵盖税项与规费两种形式。征收农业水费能够降低各国农业水利管理成本,同时获取收入用于农业节水研发,推动农业用水效率提升且产值增长,进而促进农业经济的GDP提升。本研究聚焦中国、印度及美国(USA)加利福尼亚州(California)的水税与收费结构,旨在提议制定全新的水税法律以征收农业水税,并修订泰国佛历2561年《水资源法》,新增农业水费收费相关条款。上述两部法律均应包含以下核心内容:明确税务与收费结构、授权地方行政主体征收农业水税及水费、规定本地民众参与本地水利管理,以及明确水费收入需专项用于弥补水利管理成本的相关条款。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-07-16



