การพัฒนาเกมการเล่นเตยของเด็กไทยไปสู่การเป็นกีฬา
收藏DataCite Commons2022-05-14 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2003.1317
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบวิธีการเล่นเตย ให้เป็นกิจกรรมการเคลื่อนไหว ร่างกายที่มีคุณค่าทางด้านพลศึกษาและด้านการใช้องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย และเพื่อพัฒนากติกา การเล่นเตยให้เป็นกีฬาที่สามารถจัดการแข่งขันได้ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาลักษณะการเล่นชนิดนี้ในภาคต่างๆ ของไทย นำข้อมูลมาร่างเป็นรูปแบบการแข่งขัน เป็นการปรับปรุงจากเอกสารและประสบการณ์แข่งขันเดิม ซึ่งถือว่าเป็นการปรับปรุงครั้งที่หนึ่งแล้วนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มทดลองเล่นเตย ซึ่งเป็นนักเรียนชาย หญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 40 คน และกลุ่มตัวอย่างผู้ตัดสิน เป็นนักศึกษา วิชาเอกพลศึกษาชั้นปีที่ 3 จำนวน 7 คน ทำการทดลองโดยนำลักษณะการเล่นเตย รูปแบบวิธีการเล่นที่ร่างขึ้นใหม่มาทดลองเล่นเชิงแข่งขันและจัดแข่งขันชิงรางวัล เพื่อหาข้อบกพร่องโดย ผู้วิจัยและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 10 คน จากการชมเทปบันทึกภาพหรือไปชมจากการทดลองจริง และหลังจากการจัดการแข่งขันชิงรางวัล ให้ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผู้ชม ผู้ตัดสินและผู้เชี่ยวชาญตอบแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม ส่วนแบบวิเคราะห์คุณค่า เฉพาะผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มประเมินการพัฒนาการเล่นเตย เป็นผู้ตอบ ซึ่งในการวิจัยครั้งนี้ทำการปรับปรุงทั้งหมด 6 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผู้ชม ผู้ตัดสิน และผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า รูปแบบ วิธีการ เล่นเตย มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.25 เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้ตอบ แบบสอบถามทั้ง 4 กลุ่ม เกี่ยวกับรูปแบบการเล่นเตยพบว่า ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า รูปแบบวิธีการเล่นเตยรูปแบบใหม่ เป็นกิจกรรมทางกายที่มีคุณค่าทางพลศึกษา ทางด้านร่างกายอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.92 ทางด้านจิตใจ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.30 ทางด้านอารมณ์ อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.33 ทางด้านสติปัญญาอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวม 4.36 ทางด้านสังคม อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.48 ทางด้านการใช้ องค์ประกอบของสมรรถภาพทางกาย อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.98 3. ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผู้ชม ผู้ตัดสินและผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า กติกาการเล่นเตยมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.27 เมื่อเปรียบเทียมระดับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามทั้ง 4 กลุ่มเกี่ยวกับกติกาการเล่นเตย พบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ผู้เข้าร่วมแข่งขัน ผู้ชม ผู้ตัดสิน และผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า การดำเนินการ แข่งขันกีฬาเตย มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.23 เมื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของ ผู้ตอบแบบสอบถามทั้ง 4 กลุ่มเกี่ยวกับการดำเนินการแข่งขันกีฬาเตย พบว่าไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. ผู้เชี่ยวชาญ มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า ความสมบูรณ์ทางด้านองค์ประกอบของกีฬา อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.10
本研究旨在开发藤球(Takraw)运动形式,使其成为兼具体育教育价值与身体机能要素运用价值的身体活动,并将藤球竞赛规则优化为可正式举办赛事的竞技运动。研究人员首先调研了泰国各地区的藤球运动形式,结合既有文献与赛事经验构建竞赛框架——此为首次优化,随后以40名初中男女学生作为藤球实验参与组,7名三年级体育教育专业学生作为裁判组,开展新型藤球竞技赛事与挑战赛,由10名研究人员与专家通过观看赛事录像或现场观摩的方式排查缺陷。赛事结束后,邀请参赛选手、观众、裁判与专家接受访谈与问卷调查;而体育教育价值分析问卷仅由专家评估组作答。本研究共完成6轮优化。
研究结果如下:
1. 参赛选手、观众、裁判与专家均认为新型藤球运动形式适配度处于较高水平,总体平均分为4.25;对四组受访者的藤球运动形式认可度进行统计学检验,结果显示组间差异无统计学显著性(显著性水平0.05)。
2. 专家组一致认为新型藤球运动作为体育活动,在身体维度的教育价值处于较高水平(总体均分3.92),心理维度(4.30)、情绪维度(4.33)、认知维度(4.36)、社会维度(4.48)以及身体机能要素运用维度(3.98)均处于较高水平。
3. 四组受访者均认为藤球竞赛规则适配度处于较高水平,总体平均分为4.27;组间差异无统计学显著性(显著性水平0.05)。
4. 四组受访者均认为藤球赛事组织流程适配度处于较高水平,总体平均分为4.23;组间差异无统计学显著性(显著性水平0.05)。
5. 专家组认为该藤球赛事的体育项目要素完整性处于较高水平,总体平均分为4.10。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-14



