five

การเปิดรับสื่อออนไลน์และความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์: กรณีศึกษา Facebook ช้างศึก

收藏
DataCite Commons2025-10-09 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.995
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยเรื่อง “การเปิดรับสื่อออนไลน์และความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรณีศึกษา Facebook ช้างศึก” การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1. เพื่อศึกษาการเปิดรับสื่อและความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชุปถัมภ์ 2. เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างลักษณะทางประชากรของแฟนบอลทีมชาติไทยกับการเปิดรับสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 3. เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างลักษณะทางประชากรของแฟนบอลทีมชาติไทยกับความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 4. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อออนไลน์กับความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) รูปแบบการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) โดยเก็บข้อมูลเพียงครั้งเดียว ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง (Cross-sectional Study) โดยการสุ่มตัวอย่างไม่ใช้ความน่าจะเป็น (Nonprobability sampling) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบอาสาสมัคร (Voluntary Sampling) กำหนดคุณสมบัติเป็นแฟนบอลทีมชาติไทยและเป็นผู้ที่ติดตามข่าวสารจากช่องทางสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก มีอายุระหว่าง 18–60 ปี จำนวน 300 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถาม (Questionnaire) ในรูปแบบของแบบสอบถามออนไลน์ ใช้การวิเคราะห์และการประเมินผล โดยวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และการวิเคราะห์สถิติเชิงอนุมานด้วยการทดสอบสมมติฐานด้วยหลักการความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) ผลการวิจัยพบว่า แฟนบอลทีมชาติไทยส่วนใหญ่มีการเปิดรับสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก เฉพาะช่วงวันที่มีการแข่งขัน และใช้เวลาในการเปิดรับสื่อออนไลน์ต่ำกว่า 15 นาทีต่อครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการเปิดรับสื่อเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของทีมชาติไทยและติดตามข่าวสารล่าสุด เช่น รายชื่อนักเตะ โปรแกรมแข่งขัน และผลการแข่งขัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ชื่นชอบเนื้อหาที่เป็นคลิปวิดีโอไฮไลต์หรือสรุปการแข่งขัน เช่น ประตูสำคัญ จังหวะหวาดเสียว ฟอร์มการเล่นของนักเตะ และนิยมเปิดรับสื่อในรูปแบบวิดีโอสั้น การสรุปเหตุการณ์สำคัญ ไฮไลต์การแข่งขัน เบื้องหลังการฝึกซ้อม เพื่อได้รับชมเนื้อหาอย่างรวดเร็วและกระชับ ด้านความพึงพอใจแฟนบอลทีมชาติไทยส่วนใหญ่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะในด้านการเข้าถึงข้อมูล รองลงมาคือด้านการนำไปใช้ประโยชน์ ด้านความเหมาะสมของเนื้อหา และด้านรูปแบบการนำเสนอข้อมูล นอกจากนี้ยังพบว่าความแตกต่างทางเพศ อายุ และอาชีพของแฟนบอลมีความสัมพันธ์กับการเปิดรับสื่อออนไลน์และความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ในบางมิติอย่างมีนัยสำคัญ แต่โดยรวมไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเปิดรับสื่อออนไลน์กับความพึงพอใจที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก กล่าวคือ พฤติกรรมการเปิดรับสื่อของแฟนบอลทีมชาติไทยจะเลือกเปิดรับเฉพาะเนื้อหาที่สอดคล้องกับความต้องการและเข้าใจง่าย ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย คือ สำหรับการวิจัยครั้งต่อไปควรเพิ่มในเรื่องของการวิจัยเชิงคุณภาพที่มีการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-Depth interview) หรือสัมภาษณ์แบบกลุ่มเฉพาะ (Focus-Groups interview) โดยสัมภาษณ์กลุ่มแฟนบอลทีมชาติไทยหลัก ๆ เช่น กลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ กลุ่มเชียร์ไทยพาวเวอร์ กลุ่มเซาธ์ เคิร์ฟ ยูนิท กลุ่มไทยแลนด์ ฮาร์ดคอร์ เพื่อเจาะลึกไปถึงความต้องการในการรับรู้ข่าวสารของฟุตบอลทีมชาติไทย และความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวที่มีต่อการสื่อสารของ Facebook ช้างศึก นำไปสู่การพัฒนาการสื่อสารมีความสอดคล้องกับความต้องการมากยิ่งขึ้น และควรเพิ่มตัวแปรทัศนคติ เพื่อทราบถึงทัศนคติที่มีต่อการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก เป็นอย่างไร สามารถนำผลวิจัยมาต่อยอดกับผลวิจัยในครั้งนี้ นำไปสู่การปรับปรุงสื่อออนไลน์ Facebook ช้างศึก ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-10-09
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务