five

ปัจจัยการทุจริตของผู้บริหาร: กรณีศึกษาบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

收藏
DataCite Commons2025-10-21 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1048
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยการทุจริตในผู้บริหารของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุและวิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่อาจนำไปสู่การทุจริตในระดับผู้บริหาร และนำเสนอแนวทางเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและลดความเสี่ยงในองค์กร การศึกษานี้ใช้การวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis) วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามข้อมูลของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(Auditors), ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีที่ปฏิบัติงานตรวจสอบงบการเงินในตลาดหลักทรัพย์(External Auditors), ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer), และคณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 - เดือนพฤศจิกายน 2567 จำนวนทั้งสิ้น 635 ตัวอย่างผลการศึกษาพบว่าปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของผู้บริหารในองค์กรมี จำนวน 6 ปัจจัย ได้แก่ (1) แรงกดดันในบทบาทการทำงานและความรับผิดชอบ (Work Pressure and Responsibilities) ซึ่งสะท้อนถึงความกดดันจากความคาดหวังในผลลัพธ์และภาระงานที่สูง (2) ความล้มเหลวในกระบวนการควบคุมและกำกับดูแล (Failure in Control and Governance Processes) ที่เกิดจากการขาดระบบควบคุม การกำกับดูแล และการอัปเดตนโยบายที่เหมาะสม (3) การจัดการจริยธรรมในองค์กรที่ไม่มีประสิทธิภาพ (Ineffective Organizational Ethical Management) ที่เน้นถึงการขาดการสนับสนุนและการส่งเสริมวัฒนธรรมด้านจริยธรรมในองค์กร (4) ความเชื่อในความยืดหยุ่นของจริยธรรมและกฎระเบียบ (Belief in Ethical and Regulatory Flexibility) ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของผู้บริหารที่เชื่อว่าการละเมิดกฎหรือจริยธรรมในบางสถานการณ์สามารถยอมรับได้หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ขององค์กร (5) ช่องโหว่ในการกำกับดูแลความโปร่งใสในองค์กร (Vulnerabilities in Organizational Transparency and Oversight) ซึ่งเกิดจากการขาดการแยกบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน และ (6) ช่องโหว่ในกระบวนการกำกับดูแลและตรวจสอบภายใน (Weaknesses in Governance and Internal Audit Processes) ซึ่งสะท้อนถึงการขาดการตรวจสอบและการตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงที่เหมาะสม ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า องค์กรควรให้ความสำคัญกับการสร้างระบบควบคุมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความโปร่งใสและการมีจริยธรรมอย่างเข้มแข็ง การศึกษานี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ผู้บริหารและบุคลากรเกี่ยวกับแนวทางป้องกันการทุจริต ตลอดจนการบูรณาการมาตรการตรวจสอบและติดตามที่รัดกุมเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว การศึกษานี้เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารองค์กรในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้กำหนดนโยบาย และนักวิจัยในด้านการกำกับดูแลองค์กร ในเรื่องการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการทุจริตในระดับผู้บริหาร รวมถึงการออกแบบและพัฒนาระบบการควบคุมภายในและการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงและเสริมสร้างความโปร่งใสในองค์กร
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-10-21
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务