การประมาณการรายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปและการคาดการณ์ผลกระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตจากมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ
收藏DataCite Commons2025-11-19 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.1188
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั่วโลกและได้ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคให้เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์สันดาปรวมถึงรายได้ภาษีสรรพสามิตของไทย การศึกษาเรื่อง “การประมาณการรายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปและการคาดการณ์ผลกระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตจากมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ” จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในส่วนของรถยนต์นั่ง ตามกรอบกฎหมายพิกัดภาษีสรรพสามิต ศึกษาแนวนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของต่างประเทศ ตลอดจนการคาดการณ์ผลกระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าในกรณีที่บริบทของโครงสร้างตลาดไม่เปลี่ยนไปหรือไม่มีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามบริบทที่เปลี่ยนไปจากมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ จากการศึกษา พบว่า การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งของไทยมีโครงสร้างภาษีแบบอัตราส่วนต่อราคาสินค้า (Ad valorem tax) โดยมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 สามารถช่วยเร่งให้ยอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตแบบก้าวกระโดด ขณะที่ผลการศึกษาแนวนโยบายในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของต่างประเทศ โดยการวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซียและเกาหลีใต้ พบว่า ต่างมีนโยบายส่งเสริมแบบผสมผสาน ทั้งการลดภาษี การให้เงินอุดหนุน และการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศคล้ายคลึงกับแนวนโยบายของไทย อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ผลกระทบต่อรายได้ภาษีสรรพสามิตในกรณีต่าง ๆ พบว่า ทุกสถานการณ์สามารถรักษารายได้รวมให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันได้ เนื่องจาก รายได้ภาษีสรรพสามติจากรถยนต์แต่ละประเภทมีลักษณะทดแทนกัน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่โครงสร้างรายได้และทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต หากการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าแพร่หลายเพียงพอ รายได้ที่ลดลงต่อคันสามารถชดเชยได้ด้วยปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ High BEV adoption Case ที่ยอดจดทะเบียน BEV เพิ่มสูง แต่ทำให้รายได้สรรพสามิตในภาพรวมใกล้เคียงเดิม ทำให้รัฐสามารถรักษาฐานภาษีไว้ได้ พร้อมกับเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์จากพลังงานสะอาด จึงควรเป็นแนวทางที่ได้รับการพิจารณาในการกำหนดนโยบายระยะยาว ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีใหม่ให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมรถยนต์ รวมถึงทบทวนมาตรการการให้เงินอุดหนุนให้มีระยะเวลาและใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม รวมทั้งการกำหนดแนวทางจัดเก็บภาษีรถยนต์ไฟฟ้าหลังสิ้นสุดช่วงเปลี่ยนผ่านให้สอดคล้องกับหลักการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เพื่อรักษาเสถียรภาพของรายได้ภาครัฐและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมรถยนต์ในอนาคต
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-11-19



