five

ปัญหาการถูกกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรตามมาตรา 1606 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

收藏
DataCite Commons2023-12-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1497
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1606 เป็นเหตุที่ทำให้ทายาทเสียสิทธิในการรับมรดกโดยมีที่มาจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหรือมีความมุ่งร้ายของทายาทโดยได้รับต้นแบบมาจากฎหมายของต่างประเทศ ได้แก่ ประมวลฎหมายแพ่งฝรั่งเศส ประมวลกฎหมายแพ่งเยอรมันและประมวลกฎหมายแพ่งญี่ปุ่น ซึ่งประมวลกฎหมายลายลักษณ์อักษรเหล่านี้ได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายโรมันเรื่อง ‘ความไม่สมควร’ ของทายาทที่ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและเข้าครอบครองมรดกหลังจากที่เป็นผู้ฆ่าเจ้ามรดก ดังนั้น เจตนารมณ์เรื่องการกำจัดมิให้รับมรดกแต่เดิมจึงเป็นไปเพื่อลงโทษทายาทที่ประพฤติไม่สมควรต่อชีวิตเจ้ามรดก ในทางกลับกัน หากทายาทไม่มีความมุ่งร้ายต่อชีวิตเจ้ามรดกเพียงแต่ละเลยหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูเจ้ามรดกหรือทายาทที่ใช้ความรุนแรงโดยเจตนา ข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศต่อเจ้ามรดกซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว หากเจ้ามรดกไม่ถึงแก่ความตายจะถือว่าเป็นการประพฤติไม่สมควรต่อเจ้ามรดกหรือไม่ หากนำแนวคิดของกฎหมายโรมันมาปรับจะเห็นว่าการละเลยหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูและการใช้ความรุนแรงในครอบครัวไม่ถือว่าเป็นการประพฤติไม่สมควรต่อเจ้ามรดกจึงไม่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก เมื่อพิจารณามาตรา 1606 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเรื่องการกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรที่ได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายโรมันจะเห็นว่าไม่มีการบัญญัติเหตุกำจัดมิให้รับมรดกกรณีที่ทายาทละเลยหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูหรือใช้ความรุนแรงในครอบครัวเช่นกันนอกจากนี้ยังพบว่ามาตรา 1606 (3) มีปัญหาการตีความถ้อยคำในกฎหมายและปัญหาการปรับใช้กฎหมาย ดังนี้ ประการที่หนึ่ง ถ้อยคำในตัวบทมาตรา 1606 (3) ทำให้ผู้ใช้กฎหมายต้องตีความเจตนารมณ์ของกฎหมายถึงขอบเขตของถ้อยคำว่าทายาทจะต้องรู้ข้อเท็จจริงใดบ้างจึงจะถือว่าเป็นการรู้ตามมาตรานี้ จากการศึกษาพบว่า คำว่า ‘รู้’ ในมาตรานี้ หมายถึง ทายาทต้องรู้ฐานความผิดว่าเจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนาและรู้ตัวผู้ที่ฆ่าเจ้ามรดก เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ทายาทจะต้องรู้ตั้งแต่แรกว่าผู้นั้นมีเจตนาฆ่าเจ้ามรดกโดยไม่ต้องรอให้มีคำพิพากษาถึงที่สุดจึงขัดกับหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างชัดเจนซึ่งไม่เป็นธรรมต่อทายาทที่รู้เห็นการตายของเจ้ามรดก ประการที่สอง กฎหมายกำหนดเงื่อนไขการเป็นผู้ไม่สมควรไว้หลายประการ ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดข้อเท็จจริงครบทุกประการตามเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นไปได้ยาก จากการศึกษาพบว่ามาตรา 1606 (3) ของไทยมีต้นแบบมาจากมาตรา 891 (2) ของประมวลกฎหมายแพ่งญี่ปุ่นซึ่งกำหนดเงื่อนไขการเป็นผู้ไม่สมควรไว้หลายประการเช่นกันและประสบปัญหาเดียวกันคือ ไม่สามารถใช้ได้ในทางปฏิบัติ ประการที่สาม การกำหนดข้อยกเว้นบางประการแก่ทายาทที่รู้ว่าเจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนาแต่มิได้นำข้อความขึ้นร้องเรียนเพื่อเป็นทางที่จะเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยกฎหมายกำหนดให้ทายาทสามารถอ้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ที่ฆ่าเจ้ามรดกเพื่อเพิกเฉยต่อความตายของเจ้ามรดกได้ การที่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นโดยนำเรื่องความเป็นสถาบันครอบครัวมาเกี่ยวข้องเท่ากับเป็นการช่วยเหลือให้บุคคลในครอบครัวกระทำความผิด ไม่สอดคล้องกับศีลธรรมอันดีและไม่ควรได้รับการยอมรับอีกต่อไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา พบว่าประเทศที่ได้ศึกษาในวิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้มีการแก้ไขเหตุกำจัดมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควรให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศของตนโดยนำความสัมพันธ์ในครอบครัวมาเป็นเหตุกำจัดมิให้รับมรดก ได้แก่ สาธารณรัฐฝรั่งเศสได้แก้ไขเหตุกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อปี พ.ศ. 2563 นำเรื่องการใช้ความรุนแรงแก่บุคคลในครอบครัวมาเป็นเหตุกำจัดมิให้รับมรดกเพื่อเป็นมาตรการลดการใช้ความรุนแรงแก่บุคคลในครอบครัว สาธารณรัฐเกาหลีใต้ได้แก้ไขเหตุกำจัดมิให้รับมรดกเมื่อปี พ.ศ. 2564 นำเรื่องการละเลยหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรมาเป็นเหตุกำจัดมิให้รับมรดกหรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมายคูฮาราเพื่อเป็นการกำจัดสิทธิในการรับมรดกของบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายที่ไม่อุปการะเลี้ยงดูบุตร สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเพิ่งประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและมีผลบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. 2563 กำหนดกรณีที่บิดามารดาหรือบุตรถูกศาลพิพากษาว่าละเลยหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวมาเป็นเหตุกำจัดมิให้รับมรดกอันมีที่มาจากการให้ความสำคัญเรื่องความกตัญญูของคนในประเทศ จะเห็นว่ากฎหมายของนานาประเทศเริ่มแก้ไขเหตุกำจัดมิให้รับมรดกให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศของตนซึ่งประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญเรื่องความกตัญญูและมีปัญหาเรื่องการใช้ความรุนแรงแก่บุคคลในครอบครัวและการละเลยหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัวเช่นกัน ผู้เขียนขอเสนอแนวทางในการปรับปรุงมาตรา 1606 ดังนี้ ประการที่หนึ่ง ยกเลิกมาตรา 1606 (3) เนื่องจาก มีปัญหาการตีความถ้อยคำในกฎหมายและเจตนาของผู้ที่ฆ่าเจ้ามรดก อีกทั้งกฎหมายวางเงื่อนไขการเป็นผู้ไม่สมควรไว้มากเกินไปทำให้ไม่สามารถใช้ได้ในทางปฏิบัติ ประการที่สอง เพิ่มเหตุกำจัดมิให้รับมรดกกรณีทายาทใช้ความรุนแรงแก่บุคคลในครอบครัว ประการที่สาม เพิ่มเหตุกำจัดมิให้รับมรดกกรณีที่ทายาทไม่อุปการะเลี้ยงดูเจ้ามรดกโดยนำเรื่องประโยชน์สูงสุดของเด็กมาพิจารณาร่วมด้วย เพื่อเป็นการกำจัดทายาทที่ไม่สมควรได้รับมรดกและทำให้มรดกตกแก่ทายาทที่สมควรได้รับ

本研究聚焦泰国《民法典与商事法》第1606条所规定的不合格继承人继承权剥夺制度。该制度的立法原型源自外国法制,包括法国民法典、德国民法典与日本民法典,其根源可追溯至罗马法中有关继承人实施严重不当行为、杀害被继承人后侵占遗产的“不当”相关条款。该制度最初的立法目的,在于惩戒对被继承人生命实施严重不当行为的继承人。反之,若继承人仅未履行扶养被继承人的义务,抑或对家族内的被继承人实施故意暴力、性侵等性侵犯行为,是否构成对被继承人的不当行为?依罗马法理念,此类未履行扶养义务及针对家族成员的暴力行为,并不视为对被继承人的不当行为,因此不会被剥夺继承权。 检视泰国《民法典与商事法》第1606条,其立法受罗马法影响,并未将未履行扶养义务、家族内暴力行为纳入继承权剥夺的情形。此外,该条第3款存在法律解释与适用层面的诸多难题:其一,该款条文表述要求法律适用者需阐释法律的立法本意,明确继承人需知晓哪些事实方符合本条规定。经研究发现,本条中的“知晓”,是指继承人需知晓被继承人系被故意杀害,且知晓凶手身份,且要求继承人在终审判决作出前即已知晓前述事实,这显然与无罪推定原则相悖,对知晓被继承人死亡的继承人不公。其二,该款规定了过多的继承人不合格要件,实践中难以满足全部法定事实要件。研究表明,泰国第1606条第3款的立法原型源自日本《民法典》第891条第2款,后者同样规定了多项不合格要件,亦存在难以实际适用的问题。其三,该款规定,若继承人知晓被继承人系被故意杀害,但未通过举报将凶手绳之以法,可凭借与凶手的亲密亲属关系豁免被剥夺继承权。这一例外条款将家族亲属关系与包庇犯罪绑定,违背基本伦理道德,自佛历2563年(公元2020年)起已不再被认可。 自佛历2563年起,多国已针对本国的继承权剥夺制度进行修订,以适配本土现实问题:法国于佛历2563年修订相关制度,将针对家族成员的暴力行为纳入继承权剥夺情形,以作为打击家庭暴力的举措;韩国于佛历2564年(公元2021年)修订相关制度,将不履行扶养子女义务纳入剥夺继承权的情形,即俗称的“具荷拉法”,旨在剥夺未履行扶养义务的父母的继承权;老挝人民民主共和国于佛历2563年颁布并施行新的《民法典》,将未履行家族成员扶养义务纳入继承权剥夺情形,契合本国重视孝道的文化传统。 纵观各国立法,均已针对不合格继承人继承权剥夺制度进行本土化修订。泰国同样重视孝道文化,且同样面临家庭暴力、不履行家族成员扶养义务等现实问题。据此,研究者提出三项修订《民法典与商事法》第1606条的建议:其一,废除第1606条第3款,因其存在法律条文解释难题、对行为人主观意图要求过高,且法定适用条件过严难以落地;其二,新增将针对家族成员的暴力行为纳入继承权剥夺的情形;其三,结合儿童最大利益原则,新增将未履行扶养被继承人义务纳入剥夺继承权的情形,以剥夺不合格继承人的继承权,确保遗产由符合法定资格的继承人继承。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-12-06
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务