five

การประยุกต์ใช้การวิเคราะห์ต้นไม้เหตุการณ์และกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นสำหรับประเมินความเสี่ยงการรับสัมผัสสารฟอร์มาลดีไฮด์ในกระบวนการขึ้นรูปหินเจียร

收藏
DataCite Commons2022-05-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.173
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การประเมินความเสี่ยงมีความสำคัญอย่างยิ่งในโรงงานอุตสาหกรรมอันเนื่องมาจากลักษณะงานในอุตสาหกรรม ซึ่งมีวิธีการประเมินความเสี่ยงหลากหลายวิธีที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการแนะนำถึงแนวถึงทางเฉพาะในการประเมินความเสี่ยงอย่างชัดเจน ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการศึกษานี้เพื่อบูรณาการการวิเคราะห์แผนผังต้นไม้เหตุการณ์ และกระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นเพื่อประเมินความเสี่ยงของการสัมผัสกับฟอร์มาลดีไฮด์ในกระบวนการขึ้นรูปหินเจียร การศึกษาครั้งนี้ใช้แบบแผนการวิจัยแบบภาคตัดขวาง ดำเนินการศึกษาในเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม 2563 สำหรับเครื่องมือการวิจัย ใช้กระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้นโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Expert Choice V.11 เป็นเครื่องมือสำหรับกำหนดน้ำหนักสำคัญของความน่าจะเป็นของมาตรการเพื่อป้องกันการสัมผัสกับความเข้มข้นของฟอร์มาลดีไฮด์ในอากาศ จากนั้นจึงใช้โปรแกรม RAM Commander V.8.6 เพื่อประเมินความเสี่ยงจากโครงสร้างแผนผังต้นไม้เหตุการณ์โดยพิจารณาถึงความน่าจะเป็นและผลกระทบของความเสี่ยง ซึ่งผลการวิจัยการพบว่าการจัดวางตำแหน่งงานไม่ดีร่วมกับการใช้หน้ากากไม่ถูกวิธีต้องลดการรับสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง และการระบายอากาศทั่วไปไม่ดี ร่วมกับการจัดวางตำแหน่งงานไม่ดีร่วมกับการใช้หน้ากากไม่ถูกวิธี ต้องควบคุมการรับสัมผัสฟอร์มาลดีไฮด์เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ โดยกรรมการบริษัท และผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับความล้มเหลวของมาตรการป้องกันการสัมผัสกับฟอร์มาลดีไฮด์ และการดำเนินป้องกันการสัมผัสกับฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อการจัดการกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ

风险评估在工业工厂中至关重要,这源于工业作业的固有特性,当前工业场景已存在多种风险评估方法。然而目前尚未有明确的专属风险评估路径指引。因此本研究旨在整合事故树分析(Fault Tree Analysis, FTA)与层次分析法(Analytic Hierarchy Process, AHP),对石材抛光成型工艺中的甲醛(Formaldehyde)接触风险开展评估。本研究采用横断面研究(cross-sectional study)设计,于佛历2563年(公历2020年)6月至8月开展研究。研究工具方面,借助Expert Choice V.11软件执行层次分析法,以确定空气甲醛浓度防护措施的权重占比;随后使用RAM Commander V.8.6软件,基于事故树结构,结合风险发生概率与影响后果完成风险评估。研究结果显示:作业布局不合理且面罩使用不当的场景,其甲醛接触风险较高,需优先降低此类接触情况;普通通风不良、作业布局不合理且面罩使用不当的场景,甲醛接触风险较低,仅需开展常规管控。企业管理层及决策者应重视甲醛接触防护措施的失效问题,并针对性落实甲醛接触防护工作,以高效管控作业流程中潜在的风险。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-05-09
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务