การใช้สื่อของกลุ่มต่างๆ ในสถานการณ์ความขัดแย้ง กรณีการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซจากแหล่งยาดานาผ่านป่าสงวนแห่งชาติห้วยเขย่ง
收藏DataCite Commons2022-04-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.1999.352
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 3 ประการคือ 1. เพื่อศึกษาวาทกรรมของกลุ่มต่างๆ ในช่วงที่มีความขัดแย้งกรณีโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา 2. เพื่อศึกษาวิธีการการใช้สื่อของเจ้าของโครงการคือ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) กลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่มผู้คัดค้านในสถานการณ์ความขัดแย้ง 3. เพื่อศึกษาถึงบทบาทของสื่อมวลชนในสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยใช้วิธีการวิจัยแบบการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) การวิเคราะห์วาทกรรม (Discourse analysis) ผลการวิจัยพบว่าในสถานการณ์ความขัดแย้งกรณีการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและกลุ่มผู้คัดค้านได้สร้างวาทกรรมขึ้นมาโดยเรียงลำดับความสำคัญดังนี้ 1. วาทกรรมว่าด้วยการพัฒนา 2. วาทกรรมว่าด้วยสิ่งแวดล้อม 3. วาทกรรมว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 4. วาทกรรมว่าด้วยเทคโนโลยี 5. วาทกรรมว่าด้วยสิทธิชุมชน 6. วาทกรรมว่าด้วยความรู้ ผลการวิจัยพบว่า การใช้สื่อของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่มผู้คัดค้านได้ใช้สื่อมวลชนใน 2 ระดับคือ สื่อมวลชนระดับชาติและสื่อมวลชนระดับท้องถิ่น ในสื่อมวลชนระดับชาติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้เข้าไปใช้สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เพื่อตอบโต้ประเด็นที่กลุ่มผู้คัดค้านสร้างขึ้นชี้แจงข้อดีของโครงการท่อสงก๊าซธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะสถานีโทรทัศน์ไอทีวีได้รับความน่าเชื่อถือในด้านข้อมูลข่าวสารสามารถถึงดูดความสนใจจากนักการเมืองและประชาชนทั่วประเทศ ส่วนในสื่อมวลชนระดับชาติอื่นๆ ที่นำมาศึกษาการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยปิดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้คัดค้านเข้าไปใช้ด้วยการให้การสนับสนุนหรือจัดกิจกรรมร่วมกับสื่อมวลชน ส่วนกลุ่มผู้สนับสนุนไม่ค่อยมีบทบาทในการใช้สื่อระดับชาติ ขณะที่กลุ่มผู้คัดค้านใช้เวทีของหนังสือพิมพ์ข่าวสดซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ประชานิยม ทำให้วาทกรรมของกลุ่มผู้คัดค้านถูกนำเสนอเป็นวาระแห่งชาติ ในสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรีคือ วิทยุและหนังสือพิมพ์ที่นำมาศึกษาครั้งนี้การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและกลุ่มผู้สนับสนุนยึดพื้นที่ด้วยการซื้อพื้นที่และสานความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยใช้เวทีเหล่านี้เพื่อการตอบโต้และชี้แจง รวมทั้งปิดกั้นการเข้าไปใช้สื่อมวลชนท้องถิ่นของกลุ่มคัดค้านด้วย ผลการวิจัยยังพบว่า ในสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้สื่อมวลชนที่นำมาศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีความอิสระในการนำเสนอข้อมูล ไม่เปิดโอกาสให้เป็นช่องทางการสื่อสารสำหรับประชาชน
本研究的三大核心研究目标如下:1. 探讨Yaadana天然气输气管道项目冲突情境下各方的话语构建逻辑;2. 研究冲突情境中项目方——泰国石油集团(PTT)、支持群体与反对群体的媒体使用策略;3. 剖析冲突情境下大众传媒的角色与作用。本研究采用内容分析(Content analysis)与话语分析(Discourse analysis)作为核心研究方法。
研究结果显示,在Yaadana天然气输气管道项目建设冲突情境中,泰国石油集团与反对群体构建的话语按重要性排序依次为:1. 发展话语;2. 环境话语;3. 人权话语;4. 技术话语;5. 社区权利话语;6. 知识话语。
进一步研究发现,泰国石油集团、支持群体与反对群体均使用了两级大众传媒平台:国家级媒体与地方媒体。在国家级媒体层面,泰国石油集团借助iTV电视台回应反对群体提出的相关议题,并阐释该天然气输气管道项目的综合效益——这源于iTV电视台在新闻资讯领域拥有较高公信力,能够覆盖全国政界人士与普通民众,吸引广泛关注。在本次研究涉及的其余国家级媒体中,泰国石油集团通过提供赞助或联合举办活动的方式,限制反对群体使用这些媒体平台;而支持群体极少参与国家级媒体的内容传播。反观反对群体,则借助亲民型实时新闻报这一平台,将自身话语上升为国家层面的公共议题。
在本次研究覆盖的北碧府地方媒体(含广播电台与报纸)中,泰国石油集团与支持群体通过购置物业、构建私人关系等方式占据话语权,借助该类平台进行议题回应与观点阐释,同时限制反对群体使用本地媒体资源。
此外,研究还发现,在本次冲突情境中,被纳入研究的大众传媒大多缺乏信息发布的独立性,未为民众搭建有效的公开沟通渠道。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-04-21



