five

การศึกษาบทบาทครูศิลปศึกษาในการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทยตามการรับรู้ของครูศิลปศึกษาในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดกรมสามัญศึกษา ในกรุงเทพมหานคร

收藏
DataCite Commons2022-05-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2001.622
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ศึกษาบทบาทของครูศิลปศึกษาในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทย ในด้านการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ การกำหนดเนื้อหาการเรียนรู้ การใช้สื่อการสอน การดำเนินกิจกรรมและวิธีการเรียนรู้ การวัดประเมินผล การจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ และบทบาทครูเกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทย ตามการรับรู้ของครูศิลปศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สังกัดกรมสามัญศึกษา เขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นครูศิลปศึกษา 113 คน และหัวหน้าหมวดวิชาศิลปศึกษา 7 คน จาก 113 โรงเรียน เครื่องมือในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยเป็นแบบสอบถามแบบเลือกตอบ แบบประเมินค่า แบบปลายเปิด และการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าความถี่ โดยส่งแบบสอบถามจำนวน 113 ฉบับ ทางไปรษณีย์และได้รับกลับคืนมาจำนวน 91 ฉบับ คิดเป็น 80.53% ผลการวิจับพว่า ครูศิลปศึกษามีบทบาทในการจัดกระบวนการเรียนรู้ศิลปกรรมไทยระดับมาก ได้แก่ ด้านการวัดประเมินผล เน้นประเมินผลจากผลงานนักเรียน และด้านการจัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ เน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติงานอย่างอิสระ ส่วนบทบาทที่ปฏิบัติในระดับปานกลางได้แก่ ด้านการกำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ เน้นให้นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมไทยได้ ด้านการกำหนดเนื้อหา เน้นเนื้อหาเรื่องจิตรกรรมไทย ด้านการใช้สื่อการสอน เน้นใช้สื่อรูปภาพศิลปกรรมไทย ด้านการดำเนินกิจกรรมและวิธีการเรียนรู้ เน้นให้นักเรียนฝึกปฏิบัติงาน การปฏิบัติตนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ เน้นอบรมปลูกฝังจิตสำนึกให้นักเรียนเห็นคุณค่าของศิลปกรรมไทยควบคู่กับการส อนด้านความคิดเห็นพบว่า ครูศิลปศึกษามีบทบาทและมีส่วนในการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทยเป็นอย่างมาก โดยเน้นการสอนที่ปลูกฝังจิตสำนึกให้เห็นคุณค่าของศิลปะไทย ศิลปกรรมไทยถือเป็นเอกลักษณ์ของชาติ การอนุรักษ์จะทำให้เกิดความชื่นชมและภาคภูมิใจ ครูควรปฏิบัตตนให้เหมาะสมกับความเป็นไทย กิจกรรมที่ครูเคยจัดคือ นำนักเรียนไปทัศนศึกษาตามแหล่งศิลปกรรมไทยต่างๆ การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นเด็กเป็นสำคัญนั้น ครูศิลปศึกษาเห็นว่ามีความเหมาะสม โดยการเรียนศิลปะไทยจะทำเด็กให้มีสมาธิและมีจิตใจละเอียดอ่อน เด็กจะได้รับประสบการณ์ตรงจากภูมิปัญญาในท้องถิ่น ส่วนปัญหาสำคัญในการอนุรักษ์ เกิดจากครูและนักเรียนไม่สนใจศิลปะไทย อีกทั้งความเจริญทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่างชาติมีมากเกินไป ครูควรค่อยๆ โน้มน้าวและให้เด็กได้เรียนอย่างเสรี และคอยสอดแทรกเนื้อหาศิลปะไทยในการสอนเสมอ นโยบายการศึกษาด้านศิลปะและวัฒนธรรมควรชัดเจน และทุกคนควรมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ศิลปกรรมไทย

本研究旨在探究艺术教育教师依据佛历2542年(公元1999年)《国家教育法》组织学习流程的角色,以推动泰国传统艺术遗产的保护。研究涵盖学习目标设定、学习内容规划、教学媒介使用、学习活动与方法实施、学习成果评估、学习氛围与环境营造,以及教师在泰国传统艺术遗产保护中的角色,调研对象为隶属于普通教育厅曼谷教育区的高级中学艺术教育教师的认知情况。 本研究的抽样群体为113名艺术教育教师与7名艺术学科组长,来自113所中学。研究工具包括研究者自编的多选式问卷、李克特式评价量表、开放式问卷以及访谈法。数据分析采用百分比、均值、标准差与频次统计。本次共发放113份问卷,回收有效问卷91份,回收率为80.53%。 研究结果显示,艺术教育教师在组织泰国传统艺术学习流程中的表现整体处于较高水平,其中在学习成果评估环节(侧重对学生作品的评价)与学习氛围及环境营造环节(侧重为学生提供自由实践的空间)表现尤为突出。而在以下维度的表现处于中等水平:学习目标设定(侧重培养学生自主创作泰国传统艺术作品的能力)、学习内容规划(侧重泰国绘画艺术相关内容)、教学媒介使用(侧重使用泰国传统艺术图像素材)、学习活动与方法实施(侧重组织学生实践操作),以及培育学生保护意识环节(侧重通过教学让学生认知泰国传统艺术的价值)。 研究同时发现,艺术教育教师高度认同自身在泰国传统艺术遗产保护中的角色与贡献,尤其重视通过教学培育学生对泰国艺术价值的认知——泰国传统艺术是国家的独特文化标识,对其进行保护能够唤起民众的欣赏之情与民族自豪感。教师认为,艺术教育从业者的言行应契合泰国本土文化特质;过往开展的教学活动包括带领学生实地考察各类泰国传统艺术资源。教师普遍认可以学生为中心的学习流程,认为学习泰国传统艺术能够帮助学生提升专注力与细腻的感知力,同时让学生亲身体验本土传统文化智慧。 本研究识别出的泰国传统艺术保护核心困境包括:教师与学生对泰国传统艺术缺乏兴趣,同时外来文化与技术快速普及带来的冲击。对此,研究者提出如下建议:教师应循序渐进地引导学生,为其营造自由的学习氛围,并持续融入泰国传统艺术相关教学内容;教育主管部门应出台清晰明确的艺术与文化教育政策;全体社会成员都应参与到泰国传统艺术遗产的保护工作中。
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-09
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务