สมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
收藏DataCite Commons2023-06-14 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.250
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาหาความสัมพันธ์ (descriptive correlational research design) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤต 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตกับประสบการณ์ปฏิบัติงาน บรรยากาศองค์การ การอบรมศึกษาเพิ่มเติม และความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรม หอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมอุบัติเหตุ หรือหอผู้ป่วยวิกฤตที่ดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบ ในโรงพยาบาลพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 จำนวน 159 คน เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย1) เป็นพยาบาลวิชาชีพ 2) ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยวิกฤตตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย ส่วนที่ 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนที่ 2) แบบวัดบรรยากาศองค์การ ส่วนที่ 3) แบบวัดความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และส่วนที่ 4) แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤต จากการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) พบว่า แบบวัดบรรยากาศองค์การ แบบวัดความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และ แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤต มีค่าเท่ากับ 0.96, 0.98 และ 0.98 ตามลำดับ สำหรับค่าความเชื่อมั่น (reliability) ของแบบวัดบรรยากาศองค์การ และแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบ ทดสอบโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาช (Cronbach’s alpha coefficient) มีค่าเท่ากับ 0.85 และ 0.98 ตามลำดับ ส่วนแบบวัดความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต ทดสอบโดยใช้ Kuder Richardson 20 (KR-20) มีค่าเท่ากับ 0.72 วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปและระดับสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ปฏิบัติงาน การอบรมศึกษาเพิ่มเติม บรรยากาศองค์การ และความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต กับสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤต โดยหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation) และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พอยท์ ไบซีเรียล (Point-biserial correlation) ผลการศึกษา พบว่า ระดับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตภาพรวมอยู่ในระดับสูง ( ¯x =262.18, SD=33.33) เมื่อพิจารณาสมรรถนะรายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับสูง ผลการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ พบว่า ประสบการณ์ปฏิบัติงาน บรรยากาศองค์การ การอบรมศึกษาเพิ่มเติม และความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤต มีความสัมพันธ์ทางบวกกับสมรรถนะพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้บาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r=.229, p < 0.01, r= .374, p < 0.01, r=.227, p < 0.01 และ r= .320, p < 0.01 ตามลำดับ) จากการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าการสร้างเสริมประสบการณ์ปฏิบัติงาน การส่งเสริมบรรยากาศองค์การ การอบรมศึกษาเพิ่มเติม และการพัฒนาความรู้ในการดูแลผู้ป่วยวิกฤตอาจช่วยส่งเสริมหรือเพิ่มสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบในระยะวิกฤตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
本研究采用描述性相关研究设计(descriptive correlational research design),旨在达成两项研究目标:一是探究专科护士在多系统创伤患者急性期救治中的护理能力;二是分析该类护士的急性期多系统创伤救治护理能力与工作经验、组织氛围、继续教育经历以及急危重症护理知识之间的相关性。
本研究的研究对象为泰国第4卫生区辖区内医院急诊外科、创伤急诊外科或多系统创伤患者救治急诊病房的在职专科护士,共计159名。纳入标准如下:1)为注册专科护士;2)在急诊病房工作时长≥6个月。
本研究的数据收集工具包含四部分:1)个人基本信息问卷;2)组织氛围测评量表;3)急危重症护理知识测评问卷;4)多系统创伤患者急性期救治护士护理能力评估量表。经内容效度(Content Validity)检验,组织氛围量表、急危重症护理知识问卷、多系统创伤患者急性期救治护士护理能力评估量表的内容效度指数分别为0.96、0.98与0.98。采用克朗巴赫α系数(Cronbach’s alpha coefficient)检验组织氛围量表与护理能力评估量表的信度,结果分别为0.85与0.98;急危重症护理知识问卷则采用Kuder Richardson 20(KR-20)检验信度,结果为0.72。
数据分析采用以下方法:首先通过描述性统计分析一般人口学资料及护士急性期多系统创伤救治护理能力水平;随后采用皮尔逊积矩相关系数(Pearson’s product moment correlation)与点二列相关系数(Point-biserial correlation),分析工作经验、继续教育经历、组织氛围、急危重症护理知识与护士急性期多系统创伤救治护理能力之间的相关性。
研究结果显示,护士急性期多系统创伤救治护理能力总体水平较高($ar{x}$=262.18,SD=33.33),各维度得分亦均处于较高水平。相关性分析结果表明,工作经验、组织氛围、继续教育经历以及急危重症护理知识均与护士急性期多系统创伤救治护理能力呈显著正相关(相关系数r依次为0.229、0.374、0.227、0.320,均p<0.01)。
本研究结果提示,通过积累工作经验、优化组织氛围、开展继续教育以及强化急危重症护理知识培训,可进一步提升专科护士在多系统创伤患者急性期救治中的护理效能。
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-06-14



