การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโรงพยาบาลรัฐแบบพรีเมี่ยมและโรงพยาบาลเอกชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
收藏DataCite Commons2022-05-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1283
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยเรื่อง “การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโรงพยาบาลรัฐแบบพรีเมี่ยมและโรงพยาบาลเอกชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล” มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางประชากร, ปัจจัยภายนอก, ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับการตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโรงพยาบาลรัฐแบบพรีเมี่ยมและโรงพยาบาลเอกชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดกับความถี่ในการเข้ารับบริการและค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการ โดยในการศึกษาครั้งนี้ได้มีการนำแนวคิด และทฤษฎี เพื่อนำใช้เป็นแนวทางในการศึกษาวิจัย ประกอบไปด้วย แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค, แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวลักษณะทางประชากร, แนวคิดเกี่ยวกับการบริการ, แนวคิดเกี่ยวกับส่วนประสมทางการตลาดและการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องโดยการวิจัยในครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยมีระเบียบวิธีการวิจัยที่อยู่ในรูปแบบเชิงสำรวจ (Survey Research) และใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน พร้อมนำเสนอผลการวิจัย ในรูปแบบผลการวิเคราะห์เชิงสถิติ ในรูปแบบการบรรยาย และตารางสรุปข้อมูล สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลและการทดสอบสมมติฐานของงานวิจัย สามารถแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน คือ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยจะเป็นการศึกษาลักษณะข้อมูล ได้แก่ ลักษณะทางประชากร, ปัจจัยภายนอก และระดับความเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดจากมุมมองของผู้บริโภค (4Cs) เพื่อใช้อธิบายข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างและทดสอบสมมติฐาน โดยสถิติที่ใช้ในการทดสอบประกอบไปด้วย การทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม 2 กลุม ที่เป็นอิสระต่อกัน (Chi-Square Test) และการหาค่าสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Correlation)ผลการวิจัยในด้าน ลักษณะทางประชากร พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนมากเป็น เพศชายมากกว่าเพศหญิง มีอายุอยู่ในช่วง 51 – 60 ปี โดยส่วนมากประกอบอาชีพ ราชการ/รัฐวิสาหกิจ/พนักงานของรัฐ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 30,001 – 50,000 บาท และ 70,001 บาท ขึ้นไป มีระดับการศึกษาอยู่ในระดับ ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และโดยส่วนมากมีสถานภาพสมรสแล้ว ผลการวิจัยปัจจัยภายนอกในด้านครอบครัว พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีจำนวนสมาชิกรวมกัน 4 ราย มีลักษณะครอบครัวเป็นแบบครอบครัวเดี่ยว (สามี ภรรยา และมีบุตรหรือไม่มีบุตร) มีบุคคลในครอบครัวที่มีอิทธิพลทำให้ตัดสินใจ คือ ตนเอง และด้านกลุ่มอ้างอิง พบว่า กลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ คือ กลุ่มเพื่อนในที่ทำงาน คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของกลุ่มอ้างอิงที่ทำให้ตัดสินใจ คือ มีภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ ผลการวิจัยปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด พบว่า ผลิตภัณฑ์และการบริการตามความต้องการของผู้บริโภค มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.66 ซึ่งมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มากที่สุด” รองลงมา คือ ความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.43 ซึ่งมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ลำดับถัดมา คือ ค่าใช้จ่าย มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.13 ซึ่งมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มาก” และลำดับดับสุดท้าย คือ การสื่อสาร มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 3.98 ซึ่งมีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับ “มาก” ในส่วนของการทดสอบสมมติฐานการวิจัย พบว่า ลักษณะทางประชากร ในด้านเพศ, อายุ, อาชีพ และระดับการศึกษา มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเลือกประเภทของโรงพยาบาลที่เข้ารับบริการ ในขณะเดียวการทดสอบสมมติฐานการวิจัยของปัจจัยภายนอก พบว่า จำนวนสมาชิกในครอบครัว, ลักษณะของครอบครัว และคุณลักษณะของกลุ่มอ้างอิง มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเลือกประเภทของโรงพยาบาลที่เข้ารับบริการ และในการทดสอบสมมติฐานการวิจัยของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่ พบว่า ผลิตภัณฑ์และการบริการตามความต้องการของผู้บริโภค มีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจเลือกประเภทของโรงพยาบาลที่เข้ารับบริการ และความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ มีความสัมพันธ์กับความถี่ในการเข้ารับบริการ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-05-08



