ผลของการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อต่อประสิทธิผลทางคลินิกและด้านเศรษฐศาสตร์ในผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ
收藏DataCite Commons2024-10-07 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.1023
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ความเป็นมา: ปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator Associated Pneumonia: VAP) เป็นปัญหาการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่สำคัญและส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัว ผู้ป่วยที่เกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ มีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 45 การรักษาผู้ป่วยหลังเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ มีความแตกต่างกันในแต่ละแผนก รูปแบบการใช้ยาต้านจุลชีพที่แตกต่างกัน ทั้งมีและไม่มีการขอรับคำปรึกษากับแพทย์โรคติดเชื้อ ซึ่งการรักษามีผลต่อการดำเนินของโรคและการเสียชีวิตของผู้ป่วยวัตถุประสงค์: วัตถุประสงค์หลักเพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลทางคลินิกและต้นทุนในการรักษาปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจในผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและกลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ วัตถุประสงค์รอง เพื่อศึกษาชนิดของเชื้อก่อโรคปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ และศึกษาชนิดของยาต้านจุลชีพที่ใช้รักษาผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง (Retrospective Cohort study) จากการทบทวนเวชระเบียนผู้ป่วยอายุ 15 ปี ขึ้นไปที่ได้รับการวินิจฉัยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2558 ถึง 30 ธันวาคม 2562 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ป่วยที่เกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ และ ผู้ป่วยที่เกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ จำนวน 713 ราย ศึกษาผลลัพธ์ด้านคลินิก และต้นทุนในการรักษาปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม วิเคราะห์ผลลัพธ์ด้วย propensity score with multivariable logistic regression และผลลัพธ์ด้านเศรษฐศาสตร์ด้วย linear regressionผลการศึกษา: ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ ที่ศึกษาจำนวน 713 ราย เป็นผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ 391 ราย และ ผู้ป่วยที่เกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ 322 ราย เพศ อายุเฉลี่ย โรคประจำตัว ภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อในโรงพยาบาลตำแหน่งอื่น ลักษณะการเจ็บป่วย แผนกที่พบ การผ่าตัด การติดเชื้อดื้อยา และการติดเชื้อในกระแสเลือดของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบจากที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ หอผู้ป่วยที่พบการเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ และ การส่งต่อจากโรงพยาบาลอื่น ทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกัน (p-value 0.659, 0.171 และ 0.106) ภายหลังปรับความแตกต่างของข้อมูลทั่วไปผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มด้วย propensity score และวิเคราะห์ด้วย multivariable regression พบว่า ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มมี clinical improved ไม่แตกต่างกัน IRR=0.93 (95%CI: 0.73 -1.18, p=0.572) ผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ มีอัตราการเสียชีวิตต่ำกว่าผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจที่ได้รับการรักษาโดยแพทย์อื่นหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ 0.47 เท่า (95%CI: 0.36-0.63, p<0.001) และระยะเวลานอนโรงพยาบาลตั้งแต่ผู้ป่วยเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยใจจนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลในกลุ่มที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ 13.99 วัน (95%CI: 16.92 -11.07, p<0.001) ต้นทุนในการรักษาปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อมีต้นทุนในการรักษาสูงกว่าทั้งต้นทุนทางตรงทางการแพทย์ ต้นทุนค่าวัสดุ และต้นทุนรวม กลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ดังนี้ ต้นทุนทางตรงทางการแพทย์ สูงกว่า 21,238.03 บาท (95%CI: 8,423.376 - 34,052.68, p=0.001), ต้นทุนค่าวัสดุ สูงกว่า 18,938 บาท (95%CI: 5,671.997 - 32,204, p=0.005), ต้นทุนรวม สูงกว่า 40,176.02 บาท (95%CI: 115,964.87 - 64,387.17, p=0.001)สรุปและข้อเสนอแนะ: การได้รับการรักษาหรือได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในผู้ป่วยปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่งผลต่อ อาการทางคลินิกดีขึ้นของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มไม่แตกต่างกันทางสถิติ แต่ลดอัตราการเสียชีวิตลง 53% ระยะเวลานอนโรงพยาบาลตั้งแต่ผู้ป่วยเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยใจจนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลน้อยกว่า 13.99 วัน มีการใช้ยาต้านจุลชีพกลุ่มที่มีราคาสูง เพื่อรักษาผู้ป่วยติดเชื้อที่มีอาการหนัก เกิดภาวะแทรกซ้อน มีการติดเชื้อตำแหน่งอื่นร่วม และติดเชื้อดื้อยาหลายขนาน ส่งผลต่อต้นทุนที่สูงกว่าทั้ง direct medical cost, material cost และ total cost จึงควรพิจารณาการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเมื่อผู้ป่วยเกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจโดยเฉพาะในผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยหายนานมากกว่า 96 ชั่วโมง และกลุ่มที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยที่ติดเชื้อดื้อยา เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด และ เกิดภาวะแทรกซ้อน จะทำให้ผู้ป่วยมีการเสียชีวิตต่ำกว่าและระยะเวลานอนโรงพยาบาลตั้งแต่เกิดปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจจนจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลน้อยกว่า กลุ่มที่ไม่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-10-07



