การพยากรณ์แนวโน้มการเกิดโรคและรูปแบบของการระบาดแบบกลุ่มก้อนของโรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทย
收藏DataCite Commons2022-08-23 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.469
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเชิงพรรณนานี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากระบบเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากโรคอาหารเป็นพิษเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยในประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายลักษณะทางระบาดวิทยาของโรคอาหารเป็นพิษ พยากรณ์แนวโน้มการเกิดโรคอาหารเป็นพิษ ศึกษารูปแบบการระบาดของโรคและวิธีการ/มาตรการจัดการควบคุมโรคอาหารเป็นพิษแบบกลุ่มก้อนในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (รง.506) และโปรแกรมตรวจสอบข่าวการระบาด โดยใช้สถิติพรรณนาและแบบจำลองอนุกรมเวลาในการศึกษาผลการศึกษา พบว่าผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2553-2563 คิดเป็นอัตราป่วย 1,973 ต่อแสนประชากร สัดส่วนเพศชายต่อเพศหญิง 1 : 1.65 พบในช่วงวัยรุ่นและวัยทำงานอายุ 15-59 ปี มีสัญชาติไทย ร้อยละ 98.8 สถานภาพโสด ร้อยละ 54.1 ประกอบอาชีพเกษตรกร ร้อยละ 24.2 เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ร้อยละ 95.1 และพบการรายงานสูงสุดในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 คิดเป็นอัตราป่วย 3,269 ต่อแสนประชากร โดยที่เดือนมิถุนายนได้รับรายงานข้อมูลผู้ป่วยมากที่สุด ร้อยละ 8.9 อย่างไรก็ตาม เมื่อนำข้อมูลจำนวนผู้ป่วยไปใช้ในการพยากรณ์แนวโน้มการเกิดโรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทยในภาพรวมและจำแนกตามกลุ่มวัย ปี พ.ศ. 2563-2565 มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดทั่วโลก ประกอบกับรัฐบาลกำหนดมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคทำให้ประชาชนมีพฤติกรรมและสุขลักษณะส่วนบุคคลที่ดีในการป้องกันโรคเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การรายงานข้อมูลผู้ป่วยในระบบเฝ้าระวังโรค (รง.506) ลดลงตามไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ การระบาดของโรคอาหารเป็นพิษแบบกลุ่มก้อนในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2556-2563 พบการระบาดแบบกลุ่มก้อน 472 เหตุการณ์ ผู้ป่วย 31,684 ราย มีสัญชาติไทย ร้อยละ 97 เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ร้อยละ 62.1 การระบาดส่วนใหญ่เกิดจากอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ และน้ำแข็ง ร้อยละ 55.4 และไม่สามารถระบุเชื้อก่อโรคได้สูงสุด ร้อยละ 36 ส่วนมาตรการควบคุมการระบาดแบบกลุ่มก้อนจะเป็นการให้ความรู้ด้านสุขลักษณะส่วนบุคคลแก่ผู้ป่วย ผู้ประกอบอาหาร ผู้ปรุงอาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านอาหารสูงสุด ร้อยละ 34.2 ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรการด้านสุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารมีความจำเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงการสร้างความรอบรู้และความตระหนักให้กับผู้ประกอบอาหาร ผู้ปรุงอาหาร และผู้สัมผัสอาหาร รวมถึงประชาชนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเห็นความสำคัญในการป้องกันโรคเพื่อลดอัตราการเกิดโรคอาหารเป็นพิษในประเทศไทยลงได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-08-23



