กลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนากับนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ: กรณีศึกษากลุ่ม Council on American-Islamic Relations (CAIR)
收藏DataCite Commons2022-04-08 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1183
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ผลพวงหลังจากสิ้นสุดสงครามเย็นในประเทศประชาธิปไตย คือ การเพิ่มขึ้นของความเป็นประชาสังคมระหว่างประเทศ (International civil society) จำนวนกว่าพัน ๆ กลุ่มที่เป็นการเคลื่อนไหวทางสังคมสมัยใหม่ (Modern social movements: MSM) เกิดขึ้นในทศวรรษ 1990 (เช่น องค์กรพัฒนาเอกชน ขบวนการด้านมนุษยธรรม เครือข่ายข้ามชาติ และชุมชนต่าง ๆ) ตัวแสดงใหม่นี้มีบางส่วนที่ส่งผลกระทบต่อนโยบายต่างเทศ กลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาเป็นหนึ่งตัวแสดงใหม่ในกระบวนทัศน์แบบประชาสังคมระหว่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในบริบทการเมืองข้ามชาติและนโยบายต่างประเทศ การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนากับนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ โดยเน้นประเด็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศต่อการก่อการร้ายและการเมืองข้ามชาติที่ศาสนาอิสลามและมุสลิมตกเป็นเป้าหมายของอาชญากรรมอันเกิดจากความเกลียดชังและการเลือกปฏิบัติ ในที่นี้จะศึกษากลุ่ม สภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม (Council on American-Islamic Relations (CAIR)) เป็นหนึ่งในกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาอิสลาม/มุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในอเมริกาที่เกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และโลกมุสลิม งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาบทบาทและอิทธิพลของ CAIR กับนโยบายทั้งในและต่างประเทศของสหรัฐฯ เพื่อตอบคำถามหลักสองข้อ: (1) กลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนา CAIR America มีการรณรงค์ในประเด็นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โลก (Global agenda) เรื่องอะไร และมีความสัมพันธ์กันอย่างไรระหว่างเหตุการณ์โลก กับ การเมืองภายในประเทศและการเมืองระดับรากหญ้า? และ (2) กลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนา CAIR America มีบทบาทและการกระทำอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กรในประเด็นระหว่างประเทศที่สนใจโดยใช้เครื่องมือและมีช่องทางใดบ้าง อย่างไร? โดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพในการตอบคำถามการวิจัย ได้แก่ การวิเคราะห์เอกสารและสัมภาษณ์บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับองค์กร CAIR ในสหรัฐฯ ผ่านกรอบการวิเคราะห์จากแนวคิดและทฤษฎีสองกลุ่ม คือ แนวคิดประชาสังคมระหว่างประเทศ และกลุ่มทฤษฎีกลุ่มผลประโยชน์ จากการศึกษาพบว่า CAIR กับกระบวนการกำหนดนโยบายต่างประเทศนั้น อาจจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในระดับของผู้ตัดสินใจได้โดยตรงแต่ CAIR เป็นตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐซึ่งอยู่ในช่องว่างของพื้นที่ทางการเมืองภายในของสหรัฐฯ ที่ภาคประชาชนเคยถูกกีดกันออกไปก็ว่าได้ ฉะนั้นการดำรงอยู่และการเคลื่อนไหวของ CAIR ก็สามารถทำให้เห็นว่าภาคประชาชนหรือภาคประชาสังคมอันขับเคลื่อนโดยกลุ่มผลประโยชน์ทางศาสนาได้ปรากฏบทบาทอยู่ในกระบวนการกำหนดนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-08



