five

ผลของสัญญาค้ำประกันในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย

收藏
DataCite Commons2025-09-24 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.924
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
สัญญาค้ำประกัน เป็นหลักประกันแห่งหนี้ประเภทหนึ่งที่นิยมใช้ในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเป็นกรณีที่บุคคลภายนอก หรือที่เรียกว่าผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ แต่อย่างไรก็ดี มีกรณีที่น่าสนใจว่าถ้าผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตายก่อนหรือภายหลังจากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ผลของสัญญาค้ำประกันจะเป็นอย่างไร เนื่องจากในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ยังไม่มีบทบัญญัติที่ชัดเจนถึงผลของสัญญาค้ำประกันในกรณีดังกล่าว รวมถึงการปรับใช้และการตีความกฎหมายของศาลฎีกาในเรื่องผลของสัญญาค้ำประกัน ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย ยังมีความแตกต่างกัน โดยจากการศึกษาพบว่า ผลของสัญญาค้ำประกัน ในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย มีแนวทางการตีความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็น 2 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 สัญญาค้ำประกันไม่ระงับสิ้นไป เนื่องจากสภาพแห่งหนี้ตามสัญญาค้ำประกันไม่ใช่เรื่องเฉพาะตัว ดังนั้น แม้ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย หนี้ดังกล่าวจึงตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทของผู้ค้ำประกันได้ และแนวทางที่ 2 สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่มีการคำนึงถึงคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันเป็นสาระสำคัญ และกรณีที่ลูกหนี้ชั้นต้นยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ ความรับผิดของผู้ค้ำประกันจึงยังไม่เกิดขึ้น หากต่อมาผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย สัญญาค้ำประกันระงับสิ้นไป ไม่ตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาท อีกทั้งมีการอธิบายต่อไปว่า หากผู้ค้ำประกันตายหลังจากเกิดความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันย่อมไม่เป็นเรื่องเฉพาะตัวอีกต่อไป ความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันย่อมผูกพันกองทรัพย์สินของผู้ค้ำประกัน หากต่อมาผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย ความรับผิดย่อมตกไปเป็นกองมรดกของผู้ค้ำประกัน สัญญาค้ำประกันไม่ระงับสิ้นไป ซึ่งทั้งสองแนวทางการตีความข้างต้นก่อให้เกิดปัญหาความไม่แน่นอนในการตีความตามกฎหมาย เมื่อการตีความในกรณีดังกล่าวมีความแตกต่างกัน ผู้เขียนจึงสนใจศึกษาเกี่ยวกับหลักกฎหมายแพ่งของไทย และศึกษาเปรียบเทียบหลักกฎหมายต่างประเทศอันได้แก่ กฎหมายอังกฤษ และกฎหมายฝรั่งเศส เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางประกอบการวิเคราะห์และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการตีความปัญหาดังกล่าว ซึ่งตามกฎหมายของไทย มิได้มีการกำหนดให้ความตายของผู้ค้ำประกันส่งผลให้สัญญาค้ำประกันระงับแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้ค้ำประกันตายก่อนหรือภายหลังจากลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดชำระหนี้ อีกทั้งเมื่อความรับผิดตามสัญญาค้ำประกันตกทอดแก่ทายาท การฟ้องร้องทายาทของผู้ค้ำประกันให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตายตกอยู่ในบังคับของลักษณะ 6 อายุความ มาตรา 1754 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เช่นเดียวกับลูกหนี้ในหนี้อื่น ๆ และการใช้สิทธิฟ้องร้องของเจ้าหนี้ขึ้นอยู่กับกำหนดเวลาในการชำระหนี้ในหนี้ประธานด้วย ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการจัดการทรัพย์สินของทายาทของผู้ค้ำประกัน ซึ่งมีความแตกต่างจากกฎหมายแพ่งฝรั่งเศสและกฎหมายอังกฤษ ที่บัญญัติกฎหมายให้การตีความในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตายมีความแน่นอนและเป็นเอกภาพ ส่งผลให้เกิดการจำกัดความรับผิดของทายาทของผู้ค้ำประกัน ทำให้ทายาทของผู้ค้ำประกันมีความแน่นอนว่าตนจะต้องชำระหนี้เพียงใด มีกรอบระยะเวลาให้เห็นชัดเจนว่าทายาทจะต้องรับผิดชอบในระยะเวลาเพียงใด ทำให้ไม่กระทบกับมูลค่าของทรัพย์สินที่ทายาทได้รับ และถือเป็นการคุ้มครองทายาทของผู้ค้ำประกันในฐานะลูกหนี้หนี้ลำดับรองไม่ให้รับภาระมากจนเกินไปด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงเห็นว่า ควรมีการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวกับผลของสัญญาค้ำประกัน ในกรณีผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตายไว้ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะลดความไม่แน่นอนในการตีความของกฎหมาย และนำไปสู่การตีความที่เป็นเอกภาพ รวมถึงการคุ้มครองทายาทของผู้ค้ำประกันไม่ให้รับภาระในการชำระหนี้ตามสัญญาค้ำประกันมากจนเกินไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-24
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务