มาตรการทางภาษีในการควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน: ศึกษากฎหมายไทยเปรียบเทียบกับเยอรมนี
收藏DataCite Commons2026-02-13 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.179
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหามลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในภาคขนส่งของประเทศไทย แม้ภาครัฐจะมีมาตรการควบคุมและส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่บ้าง แต่โครงสร้างภาษีรถยนต์ประจำปีตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ ่งใช้อัตราภาษีอิงตามความจุกระบอกสูบ และอายุการใช้งานของรถยนต์ กลับไม่สามารถสะท้อนต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีลักษณะมุ่งเน้นไปที่การจัดเก็บรายได้เข้ารัฐมากกว่าการใช้เป็นกลไกเพื่อกระตุ้นพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีรถยนต์ในบริบทของการควบคุมมลพิษจากภาคขนส่ง โดยเปรียบเทียบมาตรการทางภาษีของประเทศไทยกับประเทศเยอรมนี ซึ่งมีการจัดเก็บภาษีรถยนต์โดยใช้ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นฐานในการคำนวณ นอกจากนี้ยังศึกษามาตรการเสริมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การใช้ฉลากสิ่งแวดล้อม มาตรฐานมลพิษจากสหภาพยุโรป และมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่าง จุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการนำแนวทางที่เหมาะสมมาปรับใช้ในประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า ระบบภาษีรถยนต์ของประเทศเยอรมนีมีความสอดคล้องกับหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) มากกว่าของประเทศไทย โดยสามารถใช้ภาษีเป็นเครื่องมือเชิงพฤติกรรมในการจูงใจให้ประชาชนเลือกใช้รถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำ ในขณะที่โครงสร้างภาษีของประเทศไทยยังคงยึดติดกับปัจจัยทางเทคนิคของรถยนต์ และมีการลดหย่อนภาษีตามอายุการใช้งาน ซึ่งขัดกับหลักการสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนทำให้รถยนต์เก่ายิ่งเสียภาษีน้อย ทั้งที่ปล่อยมลพิษมากกว่า ส่งผลให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงและปล่อยมลพิษต่ำนอกจากนี้มาตรการเสริม เช่น การติด ECO Sticker และการตรวจสภาพรถยนต์ แม้จะมีอยู่แต่ยังขาดผลบังคับหรือแรงจูงใจที่เพียงพอ โดยเฉพาะการตรวจสภาพรถที่ยังไม่มีเกณฑ์ด้านการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อย่างชัดเจน คงมีเพียงการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในไทยที่มีการกำหนดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่มุ่งเก็บจากผู้ผลิตหรือนำเข้าซึ่งภาระตกกับผู้ซื้อมือแรกเป็นหลัก และช่องโหว่จากกรณีรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานหรือถูกระงับทะเบียน ที่หลุดจากระบบภาษีและการตรวจสภาพรถยนต์ ทำให้ไม่อยู่ในกระบวนการควบคุมมลพิษของรัฐ ดังนั้น ผู้เขียนมีความเห็นว่าโครงสร้างการจัดเก็บภาษีรถยนต์ของประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดตรรกะทางสิ่งแวดล้อมและศักยภาพในการเป็นเครื่องมือเชิงพฤติกรรม เนื่องจากมุ่งหมายเพียงการสร้างรายได้ให้รัฐ มากกว่าการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้เทคโนโลยียานยนต์สะอาด จึงเสนอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างภาษีรถยนต์ประจำปีให้สะท้อนระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างแท้จริง พร้อมพิจารณามาตรการที่คงข้อดีของการใช้รถนาน เช่น ลดการผลิตรถใหม่และการใช้ทรัพยากร และกำหนดมาตรการเสริมที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-13



