five

การประเมินความน่าเชื่อถือของโครงสร้างฐานรากโดยการวิเคราะห์การกระจายตัวแบบปกติ และการกระจายตัวแบบ lognormal: กรณีศึกษา ฐานรากอาคารกลุ่มทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และงานปรับปรุงพื้นเพื่อรับน้ำหนักเครื่องจักร CNC อาคารปฏิบัติการวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยา

收藏
Mendeley Data2024-01-31 更新2024-06-27 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2018.1658
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิทยานิพนธ์นี้ศึกษาเกี่ยวกับการการประเมินความน่าเชื่อถือของโครงสร้างฐานรากโดยการวิเคราะห์การกระจายตัวแบบปกติ และการกระจายตัวแบบ Lognormal โดยจะศึกษาสองกรณีศึกษา ซึ่งกรณีศึกษาแรกคือฐานรากอาคารกลุ่มทางสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตคืออาคาร International Learning Building ได้เกิดปัญหาระหว่างการะดำเนินการก่อสร้างในส่วนของฐานราก นั้นพบว่าเสาเข็มของฐานรากเดิมนั้นไม่สมบูรณ์จึงทำการออกแบบฐานรากใหม่ ซึ่งทางผู้วิจัยนั้นได้นำทั้งฐานรากก่อนแก้ไขและฐานรากหลังแก้ไขมาวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของฐานรากโดยใช้ค่าทางสถิติจากงานวิจัยอื่นๆเพื่อน้ำมาหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน จะพบว่าฐานรากนั้นมีค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือเกินกว่าค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือเป้าหมายทั้งหมด และพบว่าตัวแปรที่มีผลต่อค่าความต้านทานของแรงดัด, แรงเฉือนทางเดียว และแรงเฉือนทะลุ คือค่าความหนาของฐานราก เป็นตัวแปรที่ทำให้ค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ซึ่งความหนาของฐานรากจะแปรผันตรงกับค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือ ส่วนในกรณีศึกษาที่สองคืองานปรับปรุงพื้นเพื่อรับน้ำหนักเครื่องจักร CNC อาคารปฏิบัติการวิศวกรรมยานยนต์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยาซึ่ง พื้นที่ทำการปรับปรุงนั้นจะทำการตัด Joint เพื่อให้โครงสร้างแยกออกจากโครงสร้างเดิมและความหนาของพื้นนั้นมีความหนา 30 ซม. ผู้วิจัยจึงวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของค่า Bearing Capacity โดยใช่ค่าตัวแปรทางสถิติจากงานวิจัยก่อนหน้านี้เพื่อหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยนำค่า Bearing Capacity Resistance มาจากค่ากำลังแนะนำกำลังแบกทานของดินสำหรับพื้นวางบนดินซึ่งเป็นน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยสุทธิในชั้นทรายของงานเจาะสำรวจดิน ซึ่งพบว่าพื้นปรับปรุงนี้มีค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือสำหรับ Bearing Capacity เกินกว่าค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือเป้าหมายทั้งหมด โดยทั้งสองกรณีศึกษานี้พบว่าเมื่อปรับค่า Bias Factor สำหรับความต้านทานจะทำให้ดรรชนีความน่าเชื่อถือมีค่าสูงขึ้น แต่ถ้าปรับค่า COV. สำหรับ Resistance สูงขึ้นจะทำให้ค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือมีค่าต่ำลงโดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อค่าดรรชนีความน่าเชื่อถือนี้จะมีผลต่อการกระจายตัวแบบ Normal Distribution มากกว่าการกระจายตัวแบบ Lognormal Distribution
创建时间:
2024-01-31
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务