ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้ AI Chatbot ในการปรึกษาด้านสุขภาพจิต
收藏DataCite Commons2025-08-14 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.355
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
วิกฤตสุขภาพจิตได้กลายเป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบรุนแรง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าประชากรจำนวนมากทั่วโลกประสบปัญหา และการฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ในกลุ่มคนอายุน้อย โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เผชิญแรงกดดันสูงและมีระดับความสุขลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย สถานการณ์น่ากังวลเช่นกัน โดยความสุขเฉลี่ยของประชากรลดลง จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับการรักษาสูงขึ้นจาก 1.3 ล้านคนเป็น 2.9 ล้านคนในระยะเวลาไม่กี่ปี และเยาวชนไทยเกือบหนึ่งในสี่มีความเครียดสูง ขณะที่ประเทศยังขาดแคลนจิตแพทย์อย่างรุนแรง เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเหล่านี้ กรมสุขภาพจิตจึงได้ริเริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น AI Chatbot มาใช้สนับสนุนระบบบริการสุขภาพจิต ช่วยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าถึงคำปรึกษาเบื้องต้นได้รวดเร็ว ลดภาระงานบุคลากร และตอบสนองต่อความต้องการบริการที่สูงมากดังเห็นได้จากสถิติการใช้สายด่วนสุขภาพจิต ซึ่ง AI Chatbot สามารถช่วยให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงและลดข้อจำกัดด้านบุคลากรที่มีจำนวนจำกัด งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับการใช้ AI Chatbot ในการปรึกษาด้านสุขภาพจิต ซึ่งปัจจัยที่นำมาศึกษาประกอบด้วย ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ปัจจัยด้านเทคโนโลยี, ปัจจัยด้านผู้ให้บริการ, การรับรู้ถึงประโยชน์, การรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน และความตั้งใจในการใช้ โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง คือ ประชากรไทย Generation Y (16-28 ปี) และ Generation Z (29-46 ปี) ในวัยทำงานและวัยเรียน (พนักงานเอกชน เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าของกิจการ นักเรียน นักศึกษา) จำนวน 430 ตัวอย่าง จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) และการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้าง (SEM) เพื่อหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและนำไปดำเนินการสรุปผลการวิจัย ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจพบว่า ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ อิทธิพลทางสังคม, การรับรู้เกี่ยวกับหลักจิตวิทยา และพฤติกรรมการใช้ ปัจจัยด้านเทคโนโลยีประกอบด้วย 3 องค์ประกอบเช่นกัน ได้แก่ ความไว้วางใจในเทคโนโลยี และคุณภาพของระบบและข้อมูล, ความไว้วางใจในการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล และความกังวลในข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่ปัจจัยด้านการรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งานประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ได้แก่ ความพร้อมและความง่ายในการใช้งาน และความซับซ้อนของระบบ โดยที่ปัจจัยด้านผู้ให้บริการ ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ และความตั้งใจในการใช้ ประกอบด้วย 1 องค์ประกอบ โดยผลการวิเคราะห์โมเดลสมการเชิงโครงสร้าง พบว่า การรับรู้ถึงประโยชน์ และการรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน ร่วมกันส่งผลต่อความตั้งใจในการใช้ AI Chatbot ที่ร้อยละ 67.1 ซึ่งมีเพียงการรับรู้ถึงประโยชน์ที่ส่งผลทางตรง โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการรับรู้ถึงประโยชน์ ที่ร้อยละ 97.4 ประกอบไปด้วย พฤติกรรมของผู้ใช้บริการ และผู้ให้บริการ ในขณะเดียวกัน ปัจจัยด้านเทคโนโลยีและผู้ให้บริการ ร่วมกันส่งผลต่อการรับรู้ถึงความง่ายในการใช้งาน ที่ร้อยละ 56.2 จากนั้นผู้วิจัยได้นำผลที่ได้มาสรุปผลการศึกษาถึงการยอมรับ AI Chatbot ในการปรึกษาด้านสุขภาพจิตและนำเสนอแนวทางในการพัฒนาต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-08-14



