พื้นที่การทำงาน co-working space และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19: กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร
收藏DataCite Commons2023-10-02 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1466
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ปัจจุบันโลกได้เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 มาตรการหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดการแพร่ระบาด คือ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ซึ่งเมื่อผู้คนต้องใช้ชีวิตบนหลักการของการรักษาระยะห่างระหว่างกัน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการใช้พื้นที่ส่วนรวมแบบเดิม จึงส่งผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมในหลายมิติงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่มีต่อ Co-working Space ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการปรับตัวของ Co-working Space ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีต่อมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยแบ่ง Co-working Space ออกเป็น 4 กลุ่ม ตามทำเลที่ตั้งและการเข้าถึงจากสถานีรถไฟฟ้า เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้บริการ Co-working Space ด้วยการสัมภาษณ์ จำนวน 7 คน และจากผู้ใช้บริการ Co-working Space ด้วยแบบสอบถาม จำนวน 40 ชุด และแบ่งการวิเคราะห์ออกเป็น 3 ช่วง ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในประเทศไทย ผลการศึกษา พบว่า Co-working Space ที่มีทำเลที่ตั้งและการเข้าถึงจากสถานีรถไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ล้วนได้รับผลกระทบจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในลักษณะที่ไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยในช่วงที่ 1 พบว่า จำนวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากช่วงก่อนมีการแพร่ระบาด ส่วนในช่วงที่ 2 พบว่า จำนวนผู้ใช้บริการมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจาก มีความกังวลต่อการใช้พื้นที่สาธารณะมากขึ้น รู้สึกว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลต่อการเลือกสถานที่ทำงานมากขึ้นกว่าในช่วงที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนในช่วงที่ 3 พบว่า จำนวนผู้ใช้บริการ Co-working Space บางแห่งมีแนวโน้มที่ลดลง ในขณะที่บางแห่งมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น โดยผู้ใช้บริการมีความกังวลต่อการใช้พื้นที่สาธารณะน้อยลง รู้สึกว่าการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลต่อการเลือกสถานที่ทำงาน น้อยลง และไม่แตกต่างจากช่วงที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ พบว่า Co-working Space ที่มีทำเลที่ตั้งและการเข้าถึงจากสถานีรถไฟฟ้าที่แตกต่างกัน ล้วนมีการปรับตัวต่อมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในลักษณะที่ไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเช่นกัน โดยในช่วงที่ 1 พบว่า Co-working Space ทุกแห่งสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ โดยมีเพียงบางแห่งที่เริ่มมีการปรับตัวด้วยการดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุข และดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งค่อนข้างจะเป็นการขอความมือจากผู้ใช้บริการ ในขณะที่ช่วงที่ 2 พบว่า Co-working Space ทุกแห่งที่เปิดให้บริการจะมีการปรับตัวด้วยการดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุข และดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นหลัก โดยค่อนข้างเข้มงวดมากขึ้น และในช่วงที่ 3 พบว่า Co-working Space ส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการตามมาตรการด้านสาธารณสุข และดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมตามดุลยพินิจของ Co-working Space แต่ละแห่งซึ่งจากการศึกษาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และการปรับตัวต่อมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม พบว่า แม้จะมีการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 แต่ Co-working Space ยังคงเป็นพื้นที่การทำงานรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยม และมีผู้เข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงควรมีการสนับสนุนในแง่ของนโยบาย หรือมาตรการ เช่น การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐหรือเอกชนกับ Co-working Space เพื่อให้การทำงานทางไกลยังคงประสิทธิภาพ ในขณะที่ความเสี่ยงจากการติดไวรัส COVID-19 ทั้งจากการเดินทางไปทำงาน หรือจากความหนาแน่นของคนในสำนักงานมีแนวโน้มที่ลดน้อยลง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-02



