ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019: กรณีศึกษาสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา (สำนักกรรมาธิการ 2)
收藏DataCite Commons2023-10-12 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1274
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงาน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 : กรณีศึกษา สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา (สำนักกรรมาธิการ 2)” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมดุลชีวิตและการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของบุคลากรสำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาการศึกษานี้ใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods research) ในวิธีเชิงปริมาณ(Quantitative Research) ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างบุคลากรในสังกัดสำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมทางสถิติ (SPSS) ด้วยค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Correlation Coefficient) รวมทั้งการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Linear Regression) สำหรับวิธีเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งครอบคลุมข้าราชการประเภททั่วไปและข้าราชการประเภทวิชาการ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิจัยเชิงปริมาณผลการศึกษาพบว่า 1) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บุคลากรสำนักกรรมาธิการ 2 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มีความเห็นว่าสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานโดยรวมอยู่ในระดับสูง โดยมีความสมดุลด้านครอบครัวสูงสุด รองลงมา คือ ด้านภูมิปัญญา ด้านการทำงาน และด้านเวลา ซึ่งล้วนอยู่ในระดับสูงเช่นกัน สำหรับด้านการเงินอยู่ในระดับปานกลาง 2) ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบว่าบุคลากรมีการจัดการตนเองสูงสุด รองลงมา คือ การสนับสนุนจากครอบครัว และการสนับสนุนจากองค์การ ตามลำดับ 3) ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมดุลชีวิตและการทำงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมีเพียงปัจจัยเดียว คือ การสนับสนุนจากองค์การการศึกษานี้มีข้อเสนอแนะ คือ องค์การควรกำหนดนโยบายส่งเสริมสมดุลชีวิตและการทำงานโดยแยกพิจารณาความเหมาะสมตามภารกิจหรือรายสำนัก อาจพิจารณาเวลาการทำงานให้เหมาะสมกับภารกิจ เช่น การเหลื่อมเวลาทำงาน รวมทั้งพิจารณาค่าตอบแทนหรือสวัสดิการเพิ่มเติมในกลุ่มภารกิจหรือสำนักที่มีปริมาณงานมากเช่นสำนักกรรมาธิการ เพื่อลดความเครียด สร้างความพึงพอใจ ลดปัญหาการย้ายออกซึ่งจะส่งผลให้ขาดบุคลากรที่ชำนาญงานด้านนั้น ๆ มีการจัดสวัสดิการหรือกิจกรรมเพื่อให้ครอบครัวของบุคลากรได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์การและครอบครัวบุคลากร และควรสนับสนุนให้มีการปรับปรุงสภาวะแวดล้อมบริเวณสถานที่ทำงานให้เหมาะสม ลดความแออัด อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานนอกจากนี้อาจมีบริการให้บุคลากรยืมอุปกรณ์เพื่อนำไปทำงานในที่พักอาศัยเมื่อจำเป็นอีกทางหนึ่ง รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะการทำงานเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคตโดยเฉพาะทักษะด้านดิจิทัล โดยต้องใม่ลืมการเพิ่มพูนองค์ความรู้ในภารกิจหลัก คือ กระบวนงานนิติบัญญัติ พร้อมทั้งสนับสนุนให้บุคลากรสามารถเข้ารับการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ย้อนหลังได้ด้วยตนเอง เช่น การจัดทำเป็นคลิปวีดีโอให้สามารถศึกษาเพิ่มเติมย้อนหลังได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-12



