five

ความแตกต่างระหว่างเจตนาเล็งเห็นผลและประมาทโดยรู้ตัว: ศึกษาเปรียบเทียบคำพิพากษาศาลฎีกาของประเทศไทยและเยอรมนี

收藏
DataCite Commons2023-09-20 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.668
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ความรับผิดทางอาญาของประเทศไทยถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 โดยจะแบ่งออกเป็นความรับผิดจากการกระทำโดยเจตนาและประมาท ซึ่งเรียกว่าองค์ประกอบภายใน โดยในการพิจารณาว่าการกระทำหนึ่งมีองค์ประกอบภายในประเภทใดมีความสำคัญมาก เนื่องจากองค์ประกอบทั้งสองประเภทเป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความชั่วร้ายภายในจิตใจของผู้กระทำความผิดและยังส่งผลต่อโทษที่จะนำมาบังคับใช้ต่อผู้กระทำความผิดด้วย อย่างไรก็ดี เจตนาตามมาตรา 59 ถูกแบ่งออกเป็นเจตนาประสงค์ต่อผลและเจตนาเล็งเห็นผล โดยเจตนาประเภทเล็งเห็นผลมีความใกล้เคียงกับการกระทำโดยประมาท ซึ่งในบางกรณีก่อให้เกิดปัญหาในการวินิจฉัยว่าการกระทำประกอบไปด้วยองค์ประกอบภายในประเภทใด บางคำพิพากษามีการถกเถียงกันในกลุ่มนักกฎหมายซึ่งไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ผู้เขียนจึงได้ศึกษาความแตกต่างขององค์ประกอบภายในทั้งสองประการดังกล่าว เพื่อให้ได้แนวทางในการพิจารณาแยกแยะว่าการกระทำความผิดมีองค์ประกอบภายในประเภทใด โดยได้ศึกษาเทียบเคียงจากกฎหมายอาญาเยอรมัน เนื่องจากมีความใกล้เคียงกับประมวลกฎหมายอาญาของประเทศไทยและเป็นกฎหมายแม่แบบที่มีอิทธิพลอย่างมาก ทั้งในส่วนของแนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมาย รวมถึงคำพิพากษาเยอรมันที่เกี่ยวข้องจากการศึกษาพบว่ากฎหมายอาญาเยอรมันมีแนวคิดในการแยกเจตนาที่มีความร้ายแรงน้อยที่สุดซึ่งได้แก่ dolus eventualis แต่ยังถือเป็นการกระทำที่เกิดจากเจตนาออกจากประมาทโดยรู้ตัว โดย dolus eventualis นี้และประมาทโดยรู้ตัวตามกฎหมายอาญาเยอรมันมีความใกล้เคียงยิ่งกว่าเจตนาเล็งเห็นผลและประมาทตามกฎหมายไทยเสียอีก กล่าวคือ dolus eventualis ตามกฎหมายเยอรมันมีพฤติการณ์ความร้ายแรงต่าง ๆ น้อยกว่าเจตนาเล็งเห็นผลตามกฎหมายไทย และประมาทโดยรู้ตัวก็มีพฤติการณ์ความร้ายแรงต่าง ๆ มากกว่าประมาทโดยทั่วไปตามกฎหมายไทย ทั้งนี้ dolus eventualis ตามกฎหมายเยอรมันประกอบด้วยลักษณะซึ่งผู้กระทำความผิดสามารถคาดหมายได้ถึงโอกาสที่อาจจะเกิดความเสียหายจากการกระทำของผู้กระทำได้ ทั้งเป็นโอกาสที่มิใช่ความแน่นอน และผู้กระทำความผิดอย่างน้อยก็ได้ยอมรับในความเสี่ยงหรือโอกาสต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแล้ว แต่สำหรับประมาทโดยรู้ตัวแม้จะมีพฤติการณ์คล้ายคลึงกันโดยที่ผู้กระทำสามารถคาดหมายถึงโอกาสที่อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นได้เช่นกัน แต่แตกต่างกันที่ผู้กระทำมิได้ยอมรับต่อผลลัพธ์หรือความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกด้วย โดยเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดี หรือเชื่อว่าความสามารถของตนมีมากพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ซึ่งความเชื่อเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างประมาท เมื่อพิจารณาแล้วจะแสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบดังกล่าวมีความใกล้เคียงกันอย่างมาก ดังนั้น ในการพิจารณาแยก dolus eventualis ออกจากประมาทโดยรู้ตัวจึงต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบในส่วนความต้องการ กล่าวคือ แม้ว่าผู้กระทำความผิดจะสามารถคาดหมายได้ถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่ผู้กระทำไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายนั้น ๆ ขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากผู้กระทำได้ยอมรับในผลที่จะเกิดขึ้นประกอบหรือผู้กระทำมีความเชื่อว่าความเสียหายจะไม่เกิดขึ้นหรือไม่จากที่ได้กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนจึงขอเสนอแนวทางในการพิจารณาแยกการกระทำโดยประมาทออกจากเจตนาเล็งเห็นผลตามกฎหมายไทยโดยสามารถพิจารณาได้ว่าหากผู้กระทำสามารถคาดหมายได้ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนหากได้ลงมือกระทำไปจนตลอด ไม่ว่าจะมีความต้องการต่อผลนั้นหรือไม่ จะถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาเล็งเห็นผล เนื่องจากกฎหมายเล็งเห็นถึงความชั่วร้ายภายในจิตใจของผู้กระทำที่ไม่ใยดีหรือไม่แยแสต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น แต่หากผู้กระทำสามารถคาดหมายได้เพียงโอกาสที่จะเกิดความเสียหายขึ้นเท่านั้น กรณีจะต้องพิจารณาต่อไปว่าผู้กระทำได้ยอมรับในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นนั้นหรือไม่ และพิจารณาว่าผู้กระทำไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายขึ้นโดยคาดหวังอย่างประมาทว่าความเสียหายคงไม่เกิดขึ้นประกอบด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้การพิจารณาวินิจฉัยคดีเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเพื่อประโยชน์ต่อความยุติธรรมในการพิพากษาคดีต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-20
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务