การใช้เด็กให้กระทำผิดอาญาโดยการงดเว้น: ศึกษากรณีผู้ใช้อำนาจปกครอง
收藏DataCite Commons2023-09-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.677
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ในสังคมไทย บิดา มารดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นผู้ที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็กที่อยู่ภายใต้การปกครองของตน โดยกฎหมายได้ให้อำนาจในการทำโทษเด็กตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ทั้งนี้เพื่อให้เด็กที่อยู่ภายใต้การปกครองมีความประพฤติที่ดี เติบโตเป็นคนดี ไม่หลงไปกระทำผิดกฎหมาย อันส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต หน้าที่ดังกล่าวนี้เป็นหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้เด็กกระทำผิดอาญาและเป็นหน้าที่ป้องกันผลตามกฎหมาย ดังนั้นการที่ผู้ใช้อำนาจปกครองไม่ทำหน้าที่อบรมสั่งสอน ตักเตือนบุตรของตนจนกลายเป็นการก่อให้เด็กนั้นกระทำผิดทางอาญาจึงเป็นการงดเว้นหน้าที่ที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลตามนัยยะแห่งประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ในปัจจุบัน ผู้ใช้อำนาจปกครองไม่ได้ตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของตนในการอบรมสั่งสอน ตักเตือนบุตรเหมือนในอดีต ประกอบกับสังคมมีความพลวัตรทางเทคโนโลยีที่เด็กเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้เด็กตกอยู่ในความเสี่ยงในการกระทำผิดทางอาญาได้ง่ายขึ้น หากผู้ปกครองปล่อยปละละเลยไม่ตักเตือน หรือวางเฉยเมื่อเห็นบุตรหรือผู้อยู่ในความปกครองของตนกระทำผิด จนเป็นเหตุให้เด็กนั้นกระทำผิดอีกในครั้งต่อๆไป เนื่องจากขาดความรู้ผิดชอบชั่วดีเพราะไม่มีผู้ทำหน้าที่บอกกล่าวตักเตือน ทั้งนี้ เป็นไปตามธรรมชาติของเด็ก และสอดคล้องกับทฤษฎีเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กกับการกระทำผิดอาญา และทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ กระทำผิดอาญาของเด็ก ซึ่งชี้ชัดว่าผู้ใช้อำนาจปกครองมีโอกาสในการใช้เด็กให้กระทำผิดอาญา ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมได้มากกว่าบุคคลอื่น เพราะมีความใกล้ชิด และมีอิทธิพลต่อความคิดของเด็ก ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเข้ามากำกับดูแลการทำหน้าที่ของผู้ปกครอง ในการอบรมสั่งสอนตักเตือนตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เกิดความสอดคล้องกับความเป็นจริง ให้มากขึ้นเพื่อคุ้มครองเด็กจากการถูกใช้ให้กระทำผิดโดยการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใช้อำนาจปกครอง ต่อไป ในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ ผู้เขียนได้ศึกษาถึงสภาพปัญหาและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในสังคมไทย ทฤษฎีทางอาญา กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง แนวคำพิพากษาฎีกา รวมถึงกฎหมายต่างประเทศ และพบว่าการคุ้มครองเด็กจากการถูกใช้โดยผู้ใช้อำนาจปกครองในประเทศไทยปัจจุบันยังไม่ได้คำนึงถึงการก่อให้เด็กกระทำผิดโดยอ้อมหรือโดยการงดเว้นหน้าที่ตามกฎหมาย และยังไม่มีการคำนึงถึงหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก (the best interest of the child) ในประเด็นนี้เท่าที่ควรจึงสมควรให้มีการขยายขอบเขตในการใช้การตีความความหมายของการใช้เด็กให้กว้างขึ้น โดยคำนึงถึงลักษณะทางธรรมชาติของเด็ก ทฤษฎีเลียนแบบ (Theory of Imitation) ทฤษฎีการคบหาสมาคมที่แตกต่างกัน(Differential Associations Theory) และหลักประโยชน์สูงสุดของเด็ก (the best interest of the child) โดยการกำหนดให้ผู้ปกครองต้องรับผิดทางอาญาในฐานะที่เป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดโดยอ้อม ในกรณีที่ผู้ปกครองไม่ทำหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กในการว่ากล่าวตักเตือน อบรมสั่งสอนให้คำแนะนำในกรณีที่รู้ หรือควรรู้ว่าเด็กกระทำผิดและถือว่าเป็นการใช้โดยการงดเว้นหน้าที่ซึ่งต้องป้องกันผลตามหลักกฎหมาย มาตรา 59 วรรค 5 ทั้งนี้เพื่อให้การคุ้มครองเด็กจากการถูกใช้ให้กระทำผิดอาญาเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-21



