five

การพยากรณ์ความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยด้วยวิธีการพยากรณ์แบบต่าง ๆ

收藏
DataCite Commons2023-10-06 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1095
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
จากปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักก็คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ มลพิษจากการคมนาคม รวมถึงยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ที่ประสบกับปัญหาปริมาณฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน อันเนื่องมาจากควันพิษของยานพาหนะและการจราจรที่หนาแน่นบนท้องถนน และราคาน้ำมันในท้องตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง จนเกือบแตะ 45 บาทต่อลิตร ทำให้รัฐบาลให้การสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าดีต่อสิ่งแวดล้อม เพราะมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษอากาศน้อยกว่ารถยนต์เบนซินหรือดีเซล ซึ่งรถ EV มีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพอากาศ เนื่องจากไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขณะขับขี่ และทำให้ลดมลพิษอากาศได้อย่างมาก ในปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าจึงได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยและมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีดังนั้นงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวโน้มความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการพยากรณ์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยรูปแบบอนุกรมเวลา (Time Series Methods) 2 วิธี ได้แก่ วิธีการพยากรณ์แนวโน้ม (Trend Projection) และวิธีวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Causal Method) ซึ่งวิธีวิเคราะห์ความสัมพันธ์ จะมีการวิเคราะห์สหสัมพันธ์อย่างง่าย (Simple Correlation) และการวัดความคลาดเคลื่อนมาตรฐานในการพยากรณ์ (Standard Error of Estimate) เพื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อความตั้งใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์เป็นข้อมูลประเภทรายปี ตั้งแต่ พ.ศ.2563 - พ.ศ.2565 จำนวน 3 ปี เป็นข้อมูลทุติยภูมิของ กลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก (หน่วยงานรัฐ) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับยอดรถจดทะเบียนใหม่ จำแนกตามเชื้อเพลิงผลการพยากรณ์ที่ได้จากวิธีการพยากรณ์แนวโน้ม (Trend Projection) พบว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสมหรือไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle, HEV), ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานผสมแบบเสียบปลั๊กหรือปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle, PHEV), ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle, BEV)มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มขึ้นทุกปี และผลการพยากรณ์ที่ได้จากวิธีวิเคราะห์ความสัมพันธ์ (Causal Method) พบว่า ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในทางบวก มี 3 ปัจจัย เรียงลำดับความสัมพันธ์จากมากไปน้อย ได้ดังนี้ ปัจจัยด้านนโยบายของรัฐ (สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า), ปัจจัยด้านส่วนบุคคล (รายได้ต่อหัวทั้งประเทศ, รายได้ต่อหัวของประชากรในกรุงเทพฯ) และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (ปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ด้านการขนส่ง) กล่าวคือ ถ้าทั้ง 3 ปัจจัยมีปริมาณเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ความต้องการมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในทางลบ มี 1 ปัจจัย คือ ปัจจัยด้านการตลาด (ราคารถยนต์ไฟฟ้า) กล่าวคือ ถ้าราคารถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มขึ้น จะทำให้ความต้องการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามีปริมาณลดลง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-06
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务