การสำรวจความชุกของ antifilarial IgG4 โดยวิธี ELISA และสารพันธุกรรมของพยาธิ Wuchereria bancrofti โดยวิธี PCR-lateral flow strip ในชุมชนชาวพม่าที่อาศัยในตะเข็บชายแดนประเทศไทย-พม่า
收藏DataCite Commons2023-02-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2021.1164
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
โรคเท้าช้างเป็นโรคเขตร้อนที่มีความสำคัญ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศว่าเป็นโรคที่สามารถกำจัดให้หายไปได้ เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ได้มีการจัดตั้งโครงการกำจัดโรคเท้าช้างหรือ Global Programme to Eliminate Lymphatic Filariasis (GPELF) ซึ่งดำเนินกลยุทธ์การให้ยารักษาแบบหมู่ (mass drug administration หรือ MDA) การเลือกใช้เครื่องมือหรือวิธีการในการตรวจวินิจฉัยถือว่ามีความสำคัญ เพื่อพิจารณาว่าเมื่อใดที่ระดับความชุกของการติดเชื้อพยาธิโรคเท้าช้างลดลงจนถึงจุดที่ MDA สามารถยุติได้โดยปราศจากการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำ โดยในงานวิจัยนี้ได้ทำการสำรวจชุมชนผู้อพยพชาวพม่าจำนวน 300 คน ที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ในเขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อประเมินความชุกของสารพันธุกรรม (DNA) ของพยาธิ Wuchereria bancrofti และ antifilarial IgG4 โดย W. bancrofti DNA จะตรวจด้วยวิธี Polymerase Chain Reaction (PCR) ตามด้วย lateral flow strip (PCR-LF)/ agarose gel electrophoresis และ antifilarial IgG4 จะตรวจด้วยวิธี ELISA โดยใช้โปรตีนรีคอมบิแนนท์ BmSXPI เป็นแอนติเจน โดยความชุกของ W. bancrofti DNA และ antifilarial IgG4 ในกลุ่มประชากรที่ศึกษาคือ 1.6% (5/300) และ 2% (6/300) ตามลำดับ ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของโครงการกำจัดโรคเท้าช้าง ในการรณรงค์กำจัด ตรวจคัดกรองและการรักษาโรคเท้าช้างในประชากรผู้อพยพชาวพม่าในประเทศไทย นอกจากนี้งานวิจัยนี้ยังได้มีการนำ LF strip มาประยุกต์ใช้ในการตรวจหาผู้ติดเชื้อพยาธิโรคเท้าช้างเป็นครั้งแรก ซึ่งพบว่าเป็นวิธีที่มีความสะดวก รวดเร็วและสามารถอ่านผลได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งเหมาะสำหรับปริมาณงานที่มีจำนวนมากๆ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-02-03



