ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานของแรงงานวัยเริ่มต้นทำงาน (first jobber)
收藏DataCite Commons2023-10-09 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1167
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 จนถึงปัจจุบันมีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นในตลาดแรงงานทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนการบริหารทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรของตัวเอง และหากลยุทธ์มารับมือกับการเปลี่ยนไปของความต้องการของพนักงาน กระแสการลาออกครั้งใหญ่ (The Great Resignation) เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2021 ที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มดีขึ้นทั่วโลกและเศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัวในหลาย ๆ ประเทศ พนักงานจำนวนมากพบว่ารูปแบบการทำงานไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิต ไม่เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในไทยที่พนักงานเกิดการลาออกเป็นจำนวนมากเพราะต้องการปรับเปลี่ยนงานให้มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น เมื่อเข้าสู่ปี 2022 เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้ง หลังเกิดสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนมาจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดแรงงานมีความระมัดระวังมากขึ้นในการจ้างงานพนักงานใหม่ และพนักงานต่างเตรียมรับมือกับพิษเศรษฐกิจที่อาจจะมีความรุนแรงขึ้นในอนาคต ทำให้ “การลาออก” อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF) จึงได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการทำงานของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2022 พบว่าเกิดพฤติกรรมการทำงานใหม่ในปี 2022 มีทั้งหมด 6 แบบที่ถูกพูดถึงอย่างโดนเด่น ซึ่งมาจากการสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum : WEF) ได้แก่ การลาออกแบบเงียบ ๆ (Quiet quitting), ปล่อยชีวิตให้เน่าไป (Bailan), การไล่ออกแบบเงียบ ๆ (Quiet firing), การทำงานแบบตระหนี่ถี่เหนียว (Frugality), พนักงานบูมเมอแรง (Boomerang employees) และหาอาชีพเสริมหรือเป็นผู้ประกอบการ (Second jobs or Entrepreneurs) ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็นรูปแบบการทำงานที่เกิดขึ้นมาใหม่เป็นของกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานยุคใหม่ที่ต้องการหาความสมดุลให้กับชีวิตและการทำงาน โดยมีพฤติกรรมที่ปล่อยวางในการทำงานมากขึ้น ยอมแพ้ต่อการดำเนินชีวิต ส่งผลเสียต่อตลาดแรงงานทำให้มีแรงงานที่มีประสิทธิภาพน้อยลง กำลังแรงงานในตลาดลดลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวมทำให้กำลังการผลิตต่ำลงซึ่งงานวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานของแรงงานวัยเริ่มต้นทำงาน (First jobber)”ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านการทำงานของแรงงานวัยเริ่มต้นทำงานที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงาน โดยผู้วิจัยได้สร้างแบบวัดพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยข้อคำถามที่นำมาใช้วัดระดับพฤติกรรมการทำงานให้คำนิยามมาจากข้อมูลแบบสำรวจของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ในปี 2022 โดยแบบวัดพฤติกรรมนี้จะถูกนำไปใช้ในแบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลกลุ่มตัวอย่างของแรงงานวัยเริ่มต้นการทำงาน (First jobber) อายุ18-35 ปี ทั้งหมด 400 คน งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีปัจจัยส่วนบุคคลและปัจจัยด้านการทำงานเป็นตัวแปรต้น และพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบเป็นตัวแปรตาม วิเคราะห์ข้อมูลหาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบ โดยใช้การวิเคราะห์แบบจำลองโทบิต (Tobit Regression Analysis) ผลการศึกษา จากการทดสอบหาปัจจัยที่มีอิทธิต่อการเกิดพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบด้วยแบบจำลองโทบิต พบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบ ได้แก่ เพศ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส อาชีพ อายุงานและลำดับงาน ปัจจัยด้านการทำงานทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ลักษณะงาน บทบาทหน้าที่ในองค์กร สัมพันธภาพในการทำงาน และโครงสร้างและบรรยากาศในองค์กร มีอิทธิต่อมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยเป็นแนวทางให้องค์กรในการคัดเลือกบุคลากรเข้ามาทำงานและเป็นแนวทางในการปรับปรุงนโยบายการบริหารงานด้านทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงที่บุคลากรจะมีพฤติกรรมการทำงานด้านลบและลดอัตราการเกิดแนวโน้มการทำงานทั้ง 6แบบของกลุ่มแรงงานวัยเริ่มต้นทำงาน อีกทั้งกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงานยังเป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ หากมีการเริ่มต้นที่ดีในการศึกษาและเข้าใจถึงความต้องการวัยเริ่มต้นทำงาน ก็จะทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประเทศในวงกว้างที่สามารถจัดการด้านทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตทั้งนี้ งานวิจัยในครั้งนี้เก็บข้อมูลมาจากกลุ่มตัวอย่างที่ทำงานอยู่หรือมีงานทำในปัจจุบัน โดยไม่รวมถึงกลุ่มคนที่ว่างงานหรือลาออกจากงาน ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีปัญหาในการทำงานอาจมีพฤติกรรมการทำงานที่ตรงกับที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา จึงทำให้ผลการวิจัยในครั้งนี้มาจากกลุ่มคนที่มีงานทำ โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการทำงานทั้ง 6 แบบจึงอาจไม่ชัดเจนมากนัก หากมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของกลุ่มคนที่ว่างงานหรือลาออกจากงานอาจทำให้ผลการวิจัยมีความชัดเจนและมีปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการทำงานที่ชัดเจนมากขึ้น
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-10-09



