five

การประยุกต์เทคนิคบัญชีต้นทุนการไหลของวัสดุโดยการพัฒนาฮิวริสติกส์ลูกผสมเพื่อแก้ปัญหาการตัดวัสดุสองมิติที่ชิ้นงานมีรูปร่างไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมผลิตชุดชั้นในสตรี

收藏
DataCite Commons2022-04-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2020.1175
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศไทยจัดเป็นอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศและมีมูลค่าทางอุตสาหกรรมอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นรวมถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่ยากต่อการควบคุมทำให้ผู้ประกอบการต้องมุ่งจัดการที่กระบวนการผลิตภายในองค์กรเป็นหลักเพื่อค้นหาความสูญเปล่านำไปสู่การปรับปรุงและทำให้เกิดต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุด โดยความสูญเสียที่ซ่อนในต้นทุนการผลิตมากกว่าร้อยละ 50 นั่นก็คือความสูญเสียของวัสดุ (Material Waste) ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลความสูญเสียของวัสดุและต้นทุนที่เกี่ยวข้องนั้นยากที่จะสกัดออกมาได้จากวิธีเก็บข้อมูลแบบทั่วไปทางบัญชี แต่สามารถทำได้ด้วยเทคนิคบัญชีต้นทุนการไหลของวัสดุ (Material Flow Cost Accounting: MFCA) โดยในปัจจุบัน MFCA ได้กลายเป็นมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ถือว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้แสวงหาโอกาสในการลดความสูญเสียวัสดุขององค์กรลงได้ อันจะนำไปสู่การปรับปรุงการใช้วัสดุอย่างเกิดประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปได้พร้อมกันอีกด้วยงานวิจัยฉบับนี้ มีกรณีศึกษาเป็นบริษัทผู้ผลิตชุดชั้นในสตรีซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์ใช้เทคนิค MFCA ในการลดต้นทุนผลิตภัณฑ์มูลค่าลบ (Negative Product) ในกระบวนการผลิตชุดชั้นในสตรี โดยการพัฒนาฮิวริสติกส์อัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหาการวางแผนการตัดวัสดุสองมิติ (Two-Dimensional Cutting Stock Problem: 2DCSP) เพื่อหารูปแบบการจัดเรียงชิ้นงานที่ให้ความยาวของการจัดเรียงสั้นที่สุด ทำการศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นการนำเทคนิค MFCA มาใช้ในวิเคราะห์กระบวนการผลิตร่วมถึงโครงสร้างต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการเพื่อบ่งชี้กระบวนการที่ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์มูลค่าลบสูงสุด จากนั้นในส่วนที่สองเป็นการแก้ปัญหาอันเนื่องมาจากผลการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค MFCA พบว่ากระบวนการตัดเกิดต้นทุนผลิตภัณฑ์มูลค่าลบสูงสุด จึงนำไปสู่การศึกษาเพื่อแก้ปัญหา 2DCSP ของกรณีศึกษา โดยจัดเป็นปัญหาประเภท 2/V/I/R คือ ปัญหาการจัดวางชิ้นงานที่มีรูปร่างไม่แน่นอน (Irregular Shape) ลงบนแผ่นวัสดุอย่างไรให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุดและการจัดเรียงต้องไม่ทำให้เกิดการทับซ้อนกันของชิ้นงาน โดยงานวิจัยนี้ได้นำเสนอวิธีฮิวริสติกส์อัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหา 2DCSP แบ่งเป็น 3 วิธี คือ วิธีฮิวริส-ติกส์ 2DCSP-GA วิธีฮิวริสติกส์ 2DCSP-TS และวิธีฮิวริสติกส์ 2DCSP-Hybrid GA+TSผลการศึกษาพบว่าวิธีฮิวริสติกส์ 2DCSP-Hybrid GA+TS ให้ผลเฉลยดีที่สุด เนื่องจากเป็นการนำข้อดีระหว่างวิธีหาคำตอบเชิงพันธุกรรม (Genetic Algorithms: GA) และวิธีทาบูเสิร์ชหรือวิธีการค้นหาต้องห้าม (Tabu Search: TS) มารวมกัน ซึ่งวิธี GA มีข้อดีคือเป็นการค้นหาคำตอบแบบขนานทำให้มีโอกาสเจอคำตอบที่ดีที่สุดได้มากกว่า ขณะที่วิธี TS เป็นการหาคำตอบแบบเดี่ยวจึงมีความรวดเร็วในการทำงานแต่คำตอบของการค้นหาขึ้นอยู่กับการสุ่มคำตอบเริ่มต้น ทำให้การทำงานของวิธีฮิวริสติกส์ 2DCSP-Hybrid GA+TS การค้นหาในช่วงแรกจะกำหนดจำนวนประชากรของคำตอบอยู่จำนวนหนึ่งและมีการครอสโอเวอร์และการมิวเตชั่นเหมือนวิธี GA ปกติ หากทำงานไปได้สักระยะแล้วคำตอบที่พบไม่ดีขึ้น จะลดจำนวนของประชากรลงและเพิ่มความน่าจะเป็นของการมิวเตชั่นจนกระทั่งสุดท้ายจำนวนประชากรลดลงเหลือ 1 และมีความน่าจะเป็นของมิวเตชั่นเท่ากับ 1.0 ซึ่งวิธีการทำงานจะกลายเป็นวิธี TS เพียงอย่างเดียวนั้นเองจากนั้นทำการประเมินผลหลังการปรับปรุงตามหลักของเทคนิค MFCA พบว่าสัดส่วนต้นทุนผลิตภัณฑ์มูลค่าลบจากเดิมร้อยละ 27.85 ลดลงเหลือร้อยละ 21.79 ดังนั้น การประยุกต์ใช้เทคนิค MFCA เพื่อลดต้นทุนผลิตภัณฑ์มูลค่าลบในกระบวนการผลิตชุดชั้นในสตรี โดยการพัฒนาฮิว-ริสติกส์อัลกอริทึมในการแก้ปัญหา 2DCSP เพื่อหารูปแบบการจัดเรียงชิ้นงานที่ให้ความยาวของการจัดเรียงสั้นที่สุดด้วยวิธีฮิวริสติกส์ 2DCSP-Hybrid GA+TS ที่นำเสนอนี้ สามารถเป็นต้นแบบของการจัดการประสิทธิภาพการผลิตที่ยั่งยืนไปพร้อมกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มได้
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2022-04-04
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务