five

การพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยที่หลบหนี

收藏
DataCite Commons2023-08-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.500
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
กระบวนการยุติธรรมทางอาญามีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันปราบปราบอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมส่วนรวม เพื่อคุ้มครองผู้เสียหายให้ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมและในขณะเดียวกันก็มุ่งคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหา ในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด การพิจารณาและสืบพยานในศาลต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานบัญญัติให้คนทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ไม่ถูกเลือกปฏิบัติได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเสมอภาค พิจารณาคดีบนพื้นฐานหลัก “การฟังความทุกฝ่าย” ซึ่งหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองในมาตรา 14 (1) กำหนดให้บุคคลเสมอกันในการพิจารณาของศาลและคณะตุลาการในการพิจารณาคดีอาญาซึ่งตนต้องหาว่ากระทำผิด หรือการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของตน บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับการพิจารณาอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม (3)(ง) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย มาตรา 46 กำหนดให้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในคดีแพ่งต้องรอให้คดีอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดก่อนซึ่งบทบัญญัติของกฎหมายได้ผูกคดีแพ่งไว้กับคดีอาญา จึงมีการนำหลักการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์หากจำเลยหลบหนีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 172 ทวิ มาตรา 172 ทวิ/1 ศาลมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาและสืบพยานลับหลังจำเลยที่หลบหนีได้ ศาลแพ่งจึงพิจารณาค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้แม้ตัวจำเลยหนีไปยังพอยึดอายัดทรัพย์ที่เหลืออยู่มาชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ได้ เป็นการอำนวยความยุติธรรมแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ก่อให้เกิดการกระทบสิทธิจำเลยที่ไม่มีจิตใจชั่วร้ายเจตนาหลบหนีสิ่งที่ตัวเองกระทำผิด เช่น คดีที่มีอัตราโทษเพียงเล็กน้อย จำเลยเป็นชาวบ้านไม่มีความรู้และเกิดความเกรงกลัวการพิจารณาคดีของศาลจนบีบคั้นจิตใจจึงไม่กล้าเผชิญหน้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาล หรือจำเลยอาจย้ายที่อยู่จึงไม่ได้รับหมายศาลเป็นต้น เมื่อจำเลยไม่มาศาลตามวันนัดพิจารณาของศาลให้ถือว่าจำเลยหลบหนีทั้งสิ้น ข้อสันนิษฐานว่าจำเลยหลบหนีเป็นการสละสิทธิ์ในการเผชิญหน้าและถามค้านพยานนั้นจึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย เป็นการกล่าวโทษจนเกินควร กระทบสิทธิของจำเลยตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (UN International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) ข้อ 14 (3)(d) ได้กำหนดให้จำเลยคดีอาญามีสิทธิ 3 ประการคือ 1. สิทธิรับทราบการแจ้งข้อกล่าวหา (Notice to the accuses) 2. สิทธิการมีผู้ช่วยเหลือในการดำเนินคดีทางกฎหมาย (Assistance of Counsel) หรือมีทนายความ 3.สิทธิในการขอพิจารณาคดีใหม่ (Right to Retrial หรือ ex novo) ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทยในกรณีการพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยที่หลบหนี จำเลยยังไม่มีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ ดังนั้นจึงควรให้สิทธิจำเลยที่หลบหนีหากกลับมาปรากฏตัวในภายหลังมีโอกาสขอดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีใหม่เพื่อเป็นการรับรองว่าจำเลยมีสิทธิตามหลักสิทธิมนุษยชนเพื่อรักษาสมดุลระหว่างประโยชน์แก่คู่ความทั้งสองฝ่าย หากจำเลยมีเจตนาหลบหนีการพิจารณาคดีไม่ยอมกลับมาเข้าสู่กระบวนการทางศาล เมื่อจำเลยหนีไปจนหมดอายุความก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ จึงควรปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเมื่อหนีไปอายุความสะดุดหยุดลงและควรมีบทบัญญัติโทษฐานหลบหนีในชั้นปล่อยตัวชั่วคราวไว้ด้วย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-08-10
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务