five

การศึกษาเชิงวิเคราะห์รูปแบบปฎิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน ที่ส่งผลต่อเจตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

收藏
DataCite Commons2022-05-03 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2000.414
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
วิเคราะห์รูปแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูแกนนำ และครูที่สอนแบบปกติกับนักเรียนที่ส่งผลต่อเจตคติ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวอย่างประชากร เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 16 คน เป็นครูแกนนำจำนวน 8 คน ครูที่สอนแบบปกติจำนวน 8 คน และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 466 คน จาก 16 โรงเรียนๆ ละ 1 ห้องเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสมุทรปราการ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษ แบบสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ และแบบวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนในวิชาภาษาอังกฤษ แต่ละโรงจะได้รับการสังเกตจำนวน 5 ครั้ง วิเคราะห์ข้อมูลเป็นความถี่และ ร้อยละความถี่ของพฤติกรรมแต่ละประเภท ใช้การทดสอบค่าที (t-test) เปรียบเทียบเจตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ ระหว่างนักเรียนที่เรียนกับครูแกนนำ และนักเรียนที่เรียนกับครูที่สอนแบบปกติจำนวน37 คู่ วิเคราะห์รูปแบบปฏิสัมพันธ์ของครูที่เป็นอิทธิพลทางตรง และอิทธิพลทางอ้อมด้วยสถิติ The Wilcoxon Signed Ranks test ผลการวิจัยพบว่า 1. รูปแบบปฏิสัมพันธ์ของครูแกนนำกับนักเรียนใช้อิทธิพลทางอ้อม คิดเป็นร้อยละ 23.83 อิทธิพลทางตรงคิดเป็นร้อยละ 27.85 การตอบสนองของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 34.52 พฤติกรรมการริเริ่มของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 2.19 ความเงียบและความสับสนในชั้นเรียนคิดเป็นร้อยละ 11.6 ครูแกนนำจะใช้อิทธิพลทางตรงมากกว่าอิทธิพลทางอ้อม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. รูปแบบปฏิสัมพันธ์ของครูที่สอนแบบปกติกับนักเรียนใช้อิทธิพลทางอ้อม คิดเป็นร้อยละ 14.32 อิทธิพลทางตรงคิดเป็นร้อยละ 40.55 การตอบสนองของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 34.31 พฤติกรรมการริเริ่มของนักเรียนคิดเป็นร้อยละ 1.48 ความเงียบและความสับสนในชั้นเรียนคิดเป็นร้อยละ 9.34 ครูที่สอนแบบปกติจะใช้อิทธิพลทางตรงมากกว่าอิทธิพลทางอ้อม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตติที่ระดับ .05 3. นักเรียนที่เรียนกับครูแกนนำจำนวน 32คู่จากการเปรียบเทียบทั้งสิ้นจำนวน 37 คู่มีเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษสูงกว่า นักเรียนที่เรียนกับครูที่สอบแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. นักเรียนที่เรียนกับครูแกนนำจำนวน 29 คู่ จากการเปรียบเทียบทั้งสิ้นจำนวน 37 คู่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ สูงกว่านักเรียนที่เรียนกับครูที่สอนแบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-03
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务