ปรากฏการณ์พ้นความจริง: วิวาทะอันยุ่งเหยิงเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลไทยในช่วงการระบาดใหญ่
收藏DataCite Commons2025-09-05 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.563
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์หลักสองประการคือ 1) เพื่อประมวลสถานการณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของไทยและวิวาทะการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของไทย และ 2) เพื่อวิเคราะห์ลักษณะพ้นความจริงในวิวาทะการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของไทยในสื่อสังคมออนไลน์ การวิจัยใช้การวิจัยเอกสารร่วมกับการสังเกตการณ์ภาคสนาม สนามในการสังเกตการณ์คือ พื้นที่ปฏิสัมพันธ์การสื่อสารบนหน้าเฟซบุ๊กของผู้มีอิทธิพลทางความคิดที่ถกเถียงเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในสถานการณ์การระบาดของโรคระบาดโควิด-19 ข้อมูลถูกรวบรวมระหว่างเดือนธันวาคม 2562 จนกระทั่งเดือนธันวาคม 2564 จากข้อความ วิดีโอ รูปภาพ ที่โพสต์ แชร์ และการถกเถียงกันบนหน้าเพจต่างๆ ของ หน่วยงานสาธารณสุข ผู้มีอำนาจรัฐในหน่วยงานสาธารณสุข พรรคฝ่ายค้าน สื่อข่าว นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ และเพจเสียดสีการเมืองผลการศึกษาพบว่า วิวาทะการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยปรากฏลักษณะพ้นความจริง (post-truth) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เปราะบางของผู้คนกับข้อเท็จจริง ลักษณะสำคัญของภาวะนี้คือการใช้อิทธิพลของอารมณ์และความเชื่อทางการเมืองในการกำหนดการรับรู้ข้อมูลและการตัดสินใจมากกว่าการพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน บ่อยครั้งที่การโต้เถียงไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นวัตถุวิสัย แต่เป็นการใช้เครื่องมือทางสังคมและการเมืองเพื่อสร้างความได้เปรียบหรือโจมตีฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้ ยังพบการลดทอนคุณค่าของหลักฐานและการค้นหาข้อเท็จจริง รวมถึงการต่อต้านหรือไม่แยแสต่อข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ถูกนำเสนอเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการวัคซีน สถานการณ์นี้ยังรวมถึงการสร้างและเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือน หรือการสร้างข้อเท็จจริงที่ไม่เคยมีมาก่อน ตลอดจนการใช้กลยุทธ์ทางวาทกรรมที่รบกวนกระบวนการแสวงหาความจริง เช่น การใช้คำพูดที่คลุมเครือ การเน้นย้ำข้อความเชิงบวกเพียงด้านเดียว การอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง และการจงใจทำให้ประเด็นไขว้เขวหรือเบี่ยงเบนประเด็น งานวิจัยเสนอการพิจารณาปรากฏการณ์พ้นความจริงในวิวาทะการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในไทยในฐานะปรากฏการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะการกีดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐ ซึ่งทำให้เกิดภาวะเสื่อมถอยของพื้นที่สาธารณะทางการเมือง การที่รัฐบาลและผู้สนับสนุนใช้อารมณ์ความเชื่อทางการเมืองและกลยุทธ์ทางวาทกรรมต่างๆ เพื่อบิดเบือน ปกปิด หรือลดทอนความสำคัญของข้อเท็จจริง เป็นการแสดงออกถึงการใช้อำนาจเพื่อจำกัดการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ การที่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่กระจายและการตรวจสอบข้อเท็จจริงถูกขัดขวาง พร้อมกับการใช้สถาบันและผู้เชี่ยวชาญเป็นเกราะกำบัง สะท้อนให้เห็นถึงสภาวะที่อำนาจทางการเมืองพยายามควบคุมและบิดเบือนความจริงเพื่อรักษาความชอบธรรมและผลประโยชน์ของตนเอง ผลการวิจัยยังได้บ่งชี้ลักษณะเฉพาะเจาะจงของสังคมไทยคือ นอกเหนือจากรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญ และทุนนิยมที่เป็นตัวแสดงหลักในปรากฏการณ์พ้นความจริงตามบริบทตะวันตกแล้ว การดำรงอยู่และสถานะทางกฏหมายที่ล่วงละเมิดไม่ได้ของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้สร้างเงื่อนไขสำคัญในเวทีการถกเถียงในไทย รัฐบาลได้อาศัยการกล่าวอ้างความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ มาตอบโต้ข้อสงสัย และใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเพื่อจำกัดการวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สถานะของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่ถูกยกย่องว่าเป็นผู้เสียสละ ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือลดทอนความชอบธรรมของผู้ที่คิดเห็นแตกต่าง ลักษณะเฉพาะเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าภาวะพ้นความจริงในสังคมไทยมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพลวัตทางอำนาจและบริบททางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-09-05



