five

ความสำคัญผิดในข้อกฎหมายอาญา: ศึกษามาตรา 64 เปรียบเทียบกับแนวคิดกฎหมายต่างประเทศ

收藏
DataCite Commons2024-03-12 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.48
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
“หลักความไม่รู้กฎหมายไม่อาจใช้เป็นข้อแก้ตัว” เป็นหลักกฎหมายพื้นฐานที่รู้จักโดยทั่วไป ซึ่งตั้งอยู่บนเหตุผลที่เรียบง่ายคือ หากผู้กระทำความผิดสามารถอ้างความไม่รู้กฎหมายเป็นข้อแก้ตัวได้แล้ว ก็คงมีแต่เพียงผู้ศึกษากฎหมายที่จะมีความรับผิดทางอาญาได้ กรณีจึงไม่เพียงแต่จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายอาญาเป็นไปอย่างไม่เสมอภาคเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ผู้กระทำความผิดหลุดพ้นไปจากความรับผิดโดยไม่สมควรและไม่อาจรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคมซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของกฎหมายอาญาได้อีกด้วย แต่ในขณะเดียวกัน ความรับผิดทางอาญาจะต้องวางอยู่บน “หลักไม่มีโทษ โดยไม่มีความชั่ว” เสมอ กล่าวคือ การกระทำใดเป็นความผิดอาญาซึ่งอาจถูกลงโทษได้ ผู้กระทำการนั้นต้องเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายและสมควรถูกตำหนิ แต่หากผู้ใดกระทำความผิดด้วยความไม่รู้กฎหมายแล้ว ก็จะถือว่าผู้นั้นเลือกกระทำความผิดด้วยความสมัครใจและเป็นบุคคลที่ชั่วร้ายที่สมควรถูกลงโทษมิได้ โดยเฉพาะเมื่อในสังคมปัจจุบันจะต้องเผชิญกับปัญหาอาญาเฟ้อด้วยแล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐจะกะเกณฑ์ให้ประชาชนทุกคนจะต้องรู้และเข้าใจกฎหมายทุกตัวบททุกมาตราอย่างถูกต้อง ดังนั้นกฎหมายอาญาจึงสมควรที่จะเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดอ้างความไม่รู้กฎหมายเป็นข้อแก้ตัวได้ ด้วยเหตุนี้ วิทยานิพนธ์ฉบับนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาปัญหาการใช้และการตีความ “หลักความไม่รู้กฎหมาย” ซึ่งถูกบัญญัติรับรองไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 64 โดยเปรียบเทียบกับแนวคิดในระบบกฎหมายต่างประเทศทั้งในแง่ที่มา ความเห็นทางวิชาการ ทฤษฎีกฎหมาย และคำพิพากษาของศาล รวมทั้งยังได้อาศัยข้อมูลทางจิตวิทยาและทางปรัชญามาใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา เพื่อให้การปรับใช้ “หลักความไม่รู้กฎหมาย” ยังคงไว้ซึ่งเป้าหมายในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกดำเนินคดีไปพร้อมกัน ทั้งนี้ผลการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ “ความสำคัญผิดในข้อกฎหมายอาญา” จะทำให้ทราบขอบเขต และเจตนารมณ์ในการปรับใช้ “หลักความไม่รู้กฎหมาย” ในระบบกฎหมายของกลุ่มประเทศตัวอย่างที่มีอิทธิพลต่อการบัญญัติประมวลกฎหมายอาญาของไทย ซึ่งเมื่อนำเหตุผลเหล่านี้มาพิเคราะห์กับบทบัญญัติมาตรา 64 แล้วจึงพบว่า แม้ว่าความสำคัญผิดในข้อกฎหมายอาญาจะส่งผลให้ผู้กระทำความผิดปราศจากความชั่วร้าย แต่หากผู้กระทำสมควรถูกตำหนิ หรือมีส่วนที่จะต้องรับผิดสำหรับความสำคัญผิดของตนแล้ว ผู้นั้นย่อมไม่อาจอ้างความสำคัญผิดในข้อกฎหมายเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนได้ ดังนั้นการวินิจฉัยความรับผิดทางอาญาจึงจำเป็นต้องพิจารณาโอกาสของผู้กระทำความผิดที่จะสามารถหลีกเลี่ยงความไม่รู้หรือความสำคัญผิดในข้อกฎหมายเป็นรายกรณีไป ในขณะเดียวกันกฎหมายก็ต้องเปิดช่องให้ศาลสามารถพิพากษายกเว้นโทษ หรือลดโทษให้แก่ผู้กระทำความผิดได้ตามสัดส่วนความชั่วร้ายของผู้กระทำด้วย จึงจะสอดคล้องกับหลักการตรวจสอบ และหลักไม่มีโทษ โดยไม่มีความชั่ว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-12
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务