ปัญหาและความเหมาะสมของการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีอาญา
收藏DataCite Commons2023-09-21 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.692
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การฎีกาคดีอาญาในประเทศไทยเป็นระบบสิทธิซึ่งหมายความว่าคู่ความมีสิทธิยื่นฎีกาเพื่อขอให้เพิกถอนคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ได้ตามกฎหมายโดยมีข้อจำกัดสิทธิหรือข้อห้ามฎีกาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ บทบาทหน้าที่ของศาลฎีกายังมีขอบอำนาจในการวินิจฉัยชี้ขาดในปัญหาข้อเท็จจริงอีกด้วย ซึ่งผิดกับแนวคิดสากลเรื่องศาลพิจารณาและศาลทบทวนที่โดยปรกติแล้วศาลฎีกาจะทำหน้าที่เป็นศาลทบทวน (review court) เพื่อทำให้การใช้และการตีความกฎหมายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งประเทศ และจะไม่เข้าไปวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงที่ได้เป็นที่ยุติแล้วในศาลล่างการกำหนดหลักเกณฑ์การฎีกาให้คู่ความสามารฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่ของศาลพิจารณา (trial court) เป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของปัญหาคดีล้นศาลเนื่องจากพบว่าคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาส่วนใหญ่มักเป็นการฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อเท็จจริงเท่านั้นประกอบกับการฎีกาโดยระบบสิทธิทำให้ศาลไม่อาจใช้ดุลพินิจในการเลือกรับคดีที่มีปัญหาสำคัญหรือเหมาะสมแก่การวินิจฉัย อีกทั้งแม้จะมีข้อจำกัดสิทธิซึ่งห้ามไม่ให้มีการฎีกาตามกฎหมายซึ่งมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นก็ยังปรากฎบทบัญญัติผ่อนปรนข้อจำกัดสิทธิที่ห้ามไม่ให้มีการฎีกา ได้แก่ การลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรแก่การวินิจฉัยของศาลฎีกา หรือการรับรองโดยอธิบดีกรมอัยการในอดีตประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีหลักเกณฑ์การฎีกาคดีแพ่งที่ไม่ต่างจากคดีอาญาในเรื่องระบบการฎีกาแบบสิทธิ แต่ต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2558 ซึ่งมีผลทำให้การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา กล่าวคือ เปลี่ยนแปลงจากระบบการฎีกาแบบสิทธิเป็นระบบอนุญาต แต่ยังคงอำนาจของศาลฎีกาในการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อเท็จจริงในคดีแพ่ง และต่อมาก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อปรับปรุงระบบการฎีกาจากระบบสิทธิเป็นระบบอนุญาตเช่นเดียวกับคดีแพ่งต่อคณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ได้มีการตั้งคำถามในประเด็นเรื่องผลกระทบต่อหลักการดำเนินการและการพิจารณาคดีอาญาจะต้องรวดเร็วและเป็นธรรม ผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล รวมทั้งอาจเป็นการเพิ่มขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม และยังอาจทำให้เกิดปัญหาความเป็นเอกภาพของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งจะทำให้ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล จึงทำให้ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในประเด็นนี้นอกจากนี้ หากพิจารณาหลักเกณฑ์การฎีกาคดีอาญาของประเทศไทยซึ่งนอกจากจะพบปัญหาบทบาทหน้าที่ของศาลและหลักเกณฑ์ในการฎีกาแล้ว จะพบว่าปัญหาดังกล่าวมีความไม่สอดคล้องกับหลักสากล ได้แก่ แนวคิดการตรวจสอบคำพิพากษา (Double Degree of Jurisdiction) หลักผู้พิพากษาต้องสัมผัสพยาน (Immediacy) หลักกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) ซึ่งหากจะหาวิธีการฎีกาคดีอาญาที่เหมาะสมกับประเทศไทย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะพิจารณาและนำหลักสากลเหล่านี้มาปรับใช้กับกระบวนพิจารณาของศาลฎีกา
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-09-21



