five

แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (สายมู) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง

收藏
DataCite Commons2024-09-23 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.952
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
ประเทศไทยในปัจจุบัน กำลังเผชิญกับสภาวะที่มีความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ผู้คนเริ่มมองหาที่พึ่งทางจิตใจเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยมีความเชื่อที่หลากหลาย และสื่อสมัยใหม่มีส่วนช่วยในการแพร่กระจายข่าวสาร จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์มูเตลู หรือสายมูขึ้นมาในประเทศไทย ซึ่งกำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในหลายกลุ่มวัย จึงทำให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ซึ่งสอดคล้องไปกับข้อมูลของ Future Market Insight 2023 พบว่าการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา มีแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดดและสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเริ่มมีโครงการเพื่อส่งเสริม “เศรษฐกิจสายมู” รวมถึงมีเป้าหมายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนพร้อมกับการท่องเที่ยวเมืองรอง ผู้วิจัยจึงมีแนวคิดที่จะศึกษาแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (สายมู) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองโดยงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ข้อ ได้แก่ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบการท่องเที่ยวและรูปแบบกิจกรรมของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ในจังหวัดเมืองรอง เพื่อคัดเลือกพื้นที่กรณีศึกษาที่มีศักยภาพสูงสุด 2) วิเคราะลักษณะและองค์ประกอบของแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่มีศักยภาพสูงในบริบทเมืองรองประเทศไทยและต่างประเทศ 3) ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (สายมู) และ 4) เสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (สายมู) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยการศึกษาวิจัยครั้งนี้เริ่มต้นจากการกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกพื้นที่เชิงศรัทธาในจังหวัดเมืองรอง และต่างประเทศ โดยศึกษาพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์ด้วยเครื่องมือองค์ประกอบการท่องเที่ยว 5A’s Tourism (Dickman, 1999) และประเมินด้วยเครื่องมือตารางเปรียบเทียบสภาวการณ์แข่งขัน (Competitive Profile Matrix) จึงได้พื้นที่กรณีศึกษาต้นแบบที่มีศักยภาพสูงสุดในเมืองรองประเทศไทย ได้แก่ วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม และศาลปู่อือลือนาคราช จ.บึงกาฬ ซึ่งได้มีการศึกษารูปแบบการบริหารจัดการ ผ่านเครื่องมือแบบสัมภาษณ์ พบว่ามีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน โดยวัดจุฬามณีมีการบริหารจัดการแบบบริหารตนเอง ส่วนศาลปู่อือลือนาคราชมีรูปแบบการบริหารจัดการโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีผลต่อข้อจำกัดด้านกายภาพ และความเป็นไปได้ในการพัฒนาสถานที่เชิงศรัทธาผลการศึกษาลักษณะและองค์ประกอบทางกายภาพของแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธากรณีศึกษาในบริบทเมืองรองประเทศไทยและต่างประเทศที่มีศักยภาพสูงที่สุด สามารถแบ่งผลออกเป็น 2 ส่วน 1) ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่โดยรอบสถานที่เชิงศรัทธา ประกอบด้วย สิ่งดึงดูดใจในพื้นที่ศึกษา การเข้าถึง ที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวกและ กิจกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ และ 2) ลักษณะทางกายภาพของสถานที่เชิงศรัทธา ประกอบด้วยรูปแบบสถานที่เชิงศรัทธา รูปแบบการใช้งานพื้นที่ (Programming) ลักษณะการจัดวางผัง และรูปแบบการสักการะ โดยในบริบทเมืองรองประเทศไทยจะมีจุดร่วมของลักษณะทางภาพของสถานที่เชิงศรัทธาไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนบริบทต่างประเทศจะมีลักษณะของจุดร่วมที่หลากหลาย ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปในแต่ละรูปแบบผลการศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวสายมู ต่อการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา พบว่าพฤติกรรมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของสายมูสามารถแบ่งตามระยะเวลาได้ 5 ช่วง คือ ช่วงกระบวนการตัดสินใจ ช่วงก่อนสักการะ ช่วงสักการะ ช่วงหลังสักการะ และช่วงท่องเที่ยวต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อความต้องการและลำดับการใช้งานพื้นที่ รวมไปถึงลำดับความสำคัญขององค์ประกอบโดยรอบสถานที่เชิงศรัทธาผลการเสนอแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (สายมู) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นข้อสรุปของงานวิจัยนี้ ได้วิเคราะห์ข้อมูลด้านกายภาพ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวสายมู ความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกรณีศึกษาเมืองรอง และกรณีศึกษาต่างประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาพื้นที่และการท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองกับความต้องการของทุกฝ่ายและการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธาที่มีศักยภาพสูง
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-09-23
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务