ความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในชุมชนตึกร้าง เขตเมือง: กรณีศึกษา ชุมชนตึกร้างถนนจรัญสนิทวงศ์
收藏DataCite Commons2026-02-11 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2025.137
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมและพัฒนาการของการรวมกลุ่มของคนในชุมชนตึกร้าง เขตเมือง โดยใช้กรณีศึกษาชุมชนตึกร้างถนนจรัญสนิทวงศ์ ภายใต้ กระบวนทัศน์นัยนิยมและแนวคิดปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ ที่มุ่งทำความเข้าใจความหมายทางสังคมจากมุมมองของผู้คนผ่านการแลกเปลี่ยน การตีความ และการสร้างความหมายร่วมในชีวิตประจำวัน งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วมและไม่มีส่วนร่วม และวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษา พบว่า ชุมชนตึกร้างถนนจรัญสนิทวงศ์เกิดขึ้นจากการบุกรุกที่ดินโดยมิได้รับรองทางกฎหมาย แต่ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับตัวต่อผลกระทบจากการพัฒนาเมือง แสวงหาอาชีพ พึ่งพาอาศัยกัน และดำรงชีวิตร่วมกันอย่างต่อเนื่อง แม้พื้นที่ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย แต่กลับมีความหมายในฐานะ “บ้าน” ที่เกิดจากความคุ้นเคยและความผูกพัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองทำให้ผู้คนย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในตึกร้างและพาญาติพี่น้องเข้ามาอาศัยร่วมด้วย ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของชุมชนและรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกัน เมื่อพิจารณาแนวคิดการรวมกลุ่มควบคู่กับประเด็นคนจนเมือง พบว่า การติดต่อสื่อสารและการโต้ตอบกันอย่างเสรีมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจในการรวมกลุ่ม โดยจำแนกพัฒนาการออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะที่ยังไม่มีหัวหน้าและแยกเป็นกลุ่มย่อย 2) ระยะที่ต่างคนต่างแข่งขันกันเป็นผู้นำ 3) ระยะยินยอมตามความคิดเห็นส่วนใหญ่ และ 4) ระยะที่สมาชิกต้องอดทนต่อความคิดขัดแย้ง เนื่องจาก กลุ่มมีอิทธิพลโดยสมบูรณ์ ซึ่งสะท้อนพลวัตของอำนาจและการสร้างความหมายร่วมภายในชุมชน ความสัมพันธ์ทางสังคมแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ 1) ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัย เกิดจากการช่วยเหลือและแบ่งปันทรัพยากรโดยไม่จำกัดเฉพาะเครือญาติ และ 2) ความสัมพันธ์แบบเครือญาติ ซึ่งเกิดจากสายเลือดและความผูกพันในครอบครัว ทำให้เกิดครอบครัวขยายและระบบเกื้อกูลในหลายมิติ ความสัมพันธ์เหล่านี้สะท้อนพลวัตของอัตลักษณ์และลำดับชั้นทางสังคม รวมถึงบทบาทของ “ผู้ประสานงานชุมชน” ที่ประสานงานและแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม ความไม่ยอมรับในบทบาทผู้นำและความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ส่งผลให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายภายในชุมชน งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า การดำรงอยู่ของชุมชนตึกร้างมิได้เกิดจากโครงสร้างทางกายภาพเท่านั้น แต่เกิดจากกระบวนการปฏิสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์ที่ผู้คนใช้ในการสื่อสารและสร้างความหมายของ “บ้าน” และ “ชุมชน” ร่วมกัน “บ้าน” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็นพื้นที่แห่งความมั่นคง ความผูกพัน และศักดิ์ศรีของการดำรงอยู่ การทำความเข้าใจคนในชุมชนตึกร้างหรือคนจนเมือง จึงควรมองในฐานะพลเมืองที่มีสิทธิและการมีส่วนร่วมในเมืองเท่าเทียมกับคนอื่น มากกว่าการมองในมิติของที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2026-02-11



