กลไกในการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย
收藏DataCite Commons2024-01-11 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2023.31
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศไทยและต่างประเทศ 2) ศึกษาปัญหาเชิงโครงสร้างของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทย 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม 3) เสนอแนะกลไกการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในบริบทของประเทศไทย วิธีการศึกษาผู้วิจัยใช้วิธีทบทวนเอกสาร (Documentary Research) ควบคู่กับการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) เพื่อประมวลผลกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชน และใช้การวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process : AHP) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จผลการศึกษา พบว่า กลไกความสำเร็จของกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เกิดจากบทบาทของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากชุมชนต้องมีความเห็นร่วมกันว่าปัญหาของผู้ติดยาเสพติดในชุมชนเป็นปัญหาสำคัญที่ควรแก้ไข เพื่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครองเข้ามาช่วยเหลือในด้านการคัดกรอง ประเมินวินิจฉัยปัญหาเพื่อเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู และติดตามช่วยเหลือทางสังคมหลังผ่านการบำบัดฟื้นฟู มีการขับเคลื่อนงานยาเสพติดในชุมชนโดยการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับ ติดตาม ดูแลช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อประชุมหารือติดตามงานอย่างสม่ำเสมอ เอาประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนมาระดมสมอง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ในต่างประเทศทั้งประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกาจะให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหาของตนเอง และมีหน่วยงานระดับประเทศที่ดูแลสุขภาพของคนในชุมชนแบบองค์รวมในรูปแบบรัฐสวัสดิการ ในด้านปัจจัยที่ส่งผลให้การบำบัดฟื้นฟูในชุมชนประสบความสำเร็จ มีจำนวนทั้ง 8 ปัจจัย ผลจากการศึกษาวิเคราะห์เชิงระดับขั้น พบว่า ปัจจัยบทบาทการสนับสนุนจากชุมชน มีความสำคัญสูงสุดร้อยละ 17 เนื่องจากการสนับสนุนจากชุมชนจะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายประชาสังคม เข้าไปร่วมรับทราบปัญหาและจัดทำแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน รองลงมาได้แก่ ปัจจัยผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการบำบัด (ร้อยละ 16) ปัจจัยกลไกการสนับสนุนแต่ละภาคส่วน (ร้อยละ 15) ปัจจัยการสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาล (ร้อยละ 13) ปัจจัยกระบวนการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (ร้อยละ 11) ปัจจัยกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด (ร้อยละ 10) ปัจจัยมีตัวชี้วัดความสำเร็จ (ร้อยละ 9) และปัจจัยระยะเวลาดำเนินงาน (ร้อยละ 9) ผลจากการศึกษาผู้วิจัยขอเสนอแนะดังนี้ต่อไปนี้ 1) นโยบายของประเทศควรเอื้อให้การให้บริการของแต่ละหน่วยงานด้านบำบัดฟื้นฟูมีความต่อเนื่อง มีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ หรือติดตามประเมินผล เช่น ประเทศอังกฤษจะมีหน่วยงาน National Drug Treatment Monitoring System (NDTMS) ซึ่งจะมีระบบการเก็บข้อมูลตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู การคัดกรอง บำบัดฟื้นฟู จนกระทั่งติดตามช่วยเหลือทางสังคมเพื่อให้ได้รับสวัสดิการที่ผู้ป่วยแต่ละคนควรได้รับ 2) ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ควรระบุถึงบทบาทของชุมชนในการมีส่วนร่วมในการบำบัดฟื้นฟูอย่างชัดเจน และภาครัฐควรให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง3) ภาครัฐควรมีนโยบาย หรือการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่คนในสังคมให้มีทัศนคติที่ดีกับผู้ใช้ยาเสพติดในระดับสังคม ครอบครัว และชุมชน เพื่อเกิดการยอมรับและพร้อมช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหายาเสพติด
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-01-11



