five

การเปรียบเทียบผลการเปิดรับสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทรเป็นแรงจูงใจ

收藏
DataCite Commons2022-04-24 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2001.478
下载链接
链接失效反馈
官方服务:
资源简介:
การศึกษาเรื่อง "การเปรียบเทียบผลการเปิดรับสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อิต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทรเป็นแรงจูงใจ" เป็นการวิจัยเชิงทดลองรูปแบบ Posttest-Only Control Group Design ศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ที่กำลังศึกษาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครทั้งชายและหญิงจำนวนทั้งสิ้น 270 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม 90 คน กลุ่มที่เปิดรับภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัว 90 คน กลุ่มที่เปิดรับภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความเอื้ออาทร 90 คน โดยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาดังนี้ 1.เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทรกับความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ 2. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทรต่อทัศนคติที่มีต่อโรคเอดส์ 3. เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิผลของสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทรต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมต่อโรคเอดส์ 4. เพื่อสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่มีต่อสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ใช้ความน่ากลัวและความเอื้ออาทร จากผลการศึกษาพบว่านักเรียนทั้งที่ได้รับสื่อและไม่ได้รับสื่อไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งในเรื่องของความรู้ ทัศนคติ และความตั้งใจเชิงพฤติกรรมที่มีต่อโรคเอดส์ อีกทั้งนักเรียนที่ได้รับสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ต่างชนิดกันคือที่ใช้ความน่ากลัวกับความเอื้ออาทรเป็นแรงจูงใจต่างก็ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในเรื่องของความรู้ ทัศนคติ และความตั้งใจเชิงพฤติกรรม ทางด้านความคิดเห็นที่มีต่อสื่อภาพยนตร์โฆษณารณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์ที่ได้รับชมพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ชอบภาพยนตร์โฆษณาที่ได้ชมและเห็นว่าการให้ผู้ป่วยเอดส์เป็น Presenter เป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามนักเรียนยังเห็นว่าเนื้อหาสื่อขาดความทันสมัยและซ้ำๆ กัน
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-04-24
二维码
社区交流群
二维码
科研交流群
商业服务