การสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองของสมาชิกวุฒิสภา กรณีศึกษา นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ชุดที่ 13
收藏DataCite Commons2025-10-09 更新2026-05-04 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2024.996
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการสื่อสารภาพลักษณ์ทางการเมืองของนางสาวนันทนา นันทวโรภาส 2) เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารภาพลักษณ์ทางการเมืองของนางสาวนันทนา นันทวโรภาส โดยการศึกษาครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพื่อทำความเข้าใจต่อปัจจัยและกระบวนการสื่อสารภาพลักษณ์ของนางสาวนันทนา นันทวโรภาส โดยใช้แนวคิดเกี่ยวกับการสื่อสารทางการเมือง (Political Communication) แนวคิดเกี่ยวกับภาพลักษณ์ทางการเมือง (Political Image) และแนวคิดเกี่ยวกับการตลาดทางการเมือง (Political Marketing) มาประยุกต์ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการศึกษา และใช้วิธีเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก (In-depth Interview)ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการสื่อสารภาพลักษณ์ทางการเมืองของนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) บุคลิกภาพส่วนตัว ทั้งในด้านอุปนิสัยเป็นคนมีความมั่นใจ จริงจัง ซึ่งแสดงออกมาทางอวัจนภาษาขณะกำลังสื่อสารที่สุขุม มั่นใจ ตลอดจนสีหน้าและแววตาที่มีต่อคู่สนทนาหรือผู้ฟัง รวมถึงการแต่งกายที่เน้นความเรียบร้อยและเป็นทางการ ไม่เน้นลวดลาย หรือสวมใส่เครื่องประดับมากชิ้นในการปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภา 2) ความรู้และประสบการณ์ ทั้งความรู้เชิงวิชาการที่มาจากวุฒิการศึกษาในด้านการสื่อสารและการเมือง และองค์ความรู้ที่มาจากการปฏิบัติจริง ทั้งการทำงานด้านสื่อสารมวลชน พิธีกร และการลงเล่นการเมือง 3) ค่านิยมและอุดมการณ์ ที่มุ่งเน้นการเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และ 4) บริบทและสถานการณ์ทางการเมือง ที่นางสาวนันทนา นันทวโรภาส เลือกมาใช้เป็นสารที่นำเสนอต่อสาธารณชนร่วมกับจุดยืนและอุดมการณ์จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น พบว่ามีความเชื่อมโยงกับกระบวนการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองทั้ง 5 ขั้นตอนของนางสาวนันทนา นันทวโรภาส ได้แก่ 1) การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก คือ ประชาชนที่มีลักษณะตื่นตัวทางการเมือง, สื่อมวลชนที่เป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร และสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 13 ที่เป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ 2) การกำหนดสารและเนื้อหา ที่ประกอบไปด้วยอุดมการณ์ทางการเมือง การใช้วาทกรรมการเมือง รวมกับสถานการณ์ที่เป็นปัจจุบัน 3) การออกแบบภาพลักษณ์ทางการเมือง โดยการปรับปรุงและเสริมภาพลักษณ์ของนักวิชาการกับนักการเมือง และการสร้างความแตกต่างจากภาพลักษณ์ของสมาชิกวุฒิสภาชุดเก่า ทั้งในด้านอุดมการณ์และการทำงาน 4) การเลือกช่องทางและรูปแบบการสื่อสาร โดยใช้ 3 ช่องทางหลัก คือ สื่อสังคมออนไลน์ (ส่วนตัว), สื่อมวลชนหลัก และสื่อภายในของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งรูปแบบการสื่อสารที่ใช้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม แต่คงเนื้อหาสาระเชิงอุดมการณ์และการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะสมาชิกวุฒิสภาเช่นเดียวกัน และ 5) การติดตามและประเมินผล จากปฏิกิริยาในสื่อสังคมออนไลน์ จะเน้นการรับรู้ แต่ไม่มีการตอบโต้โดยตรง ด้วยเหตุผลทางทัศนคติ แต่ในส่วนของการติดตามความถูกต้องของการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ในกรณีเกิดความคลาดเคลื่อน จะมีการทบทวนถึงสาเหตุในการสื่อสาร เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมในการแก้ไขประเด็นดังกล่าว
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2025-10-09



