แผนธุรกิจของผลิตภัณฑ์ก้านไม้หอม (reed diffuser) จากน้ำมันหอมระเหย Beauty Flies
收藏DataCite Commons2023-07-04 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.306
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีความเจริญ กลายเป็นสังคมเมืองมากขึ้น (Urbanization) ซึ่งมาพร้อมกับการดิ้นรนและแข่งขันกันมากขึ้น ก่อให้เกิดเป็นความกดดันจนกลายเป็นความเครียด สะสม และเวลานอนหลับพักผ่อนน้อยลงส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้ในปัจจุบัน ความนิยม อโรมาเทอราปี (Aromatherapy) เพิ่มสูงขึ้น โดยกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) สามารถเป็น “สุคนธบำบัด” ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเครียด ความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในเบาสบายลงได้ โดยกลิ่นจะมีผลต่อสมองโดยตรง และช่วยเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจของผู้สูดดมได้ ทั้งนี้ ในยุคที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิด New Normal วิถีชีวิตใหม่ที่ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น ยิ่งทำให้การสร้างบรรยากาศในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งกลิ่นเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยได้ โดยก้านไม้หอม (Reed Diffuser) เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวช่วยที่นิยมในปัจจุบัน นอกจากให้กลิ่นที่ช่วยผ่อนคลายแล้ว ยังสามาถใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่งบ้านได้อีกด้วย จากการศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงให้ความสำคัญกับกระแสรักโลกเป็นอย่างมากอีกด้วย ซึ่งจากการสำรวจตลาดในปัจจุบัน พบว่า ก้านไม้หอมที่ผลิตจากธรรมชาติและส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยแท้ 100% นั้น ราคาค่อนข้างสูงมาก ลูกค้าบางกลุ่มยังไม่สามารถเข้าถึงได้ “Beauty Flies” เข้าใจผู้บริโภคว่า “ความรู้สึกเป็นเรื่องสำคัญ (Feelings Matter)”และเล็งเห็นช่องว่างในการทำตลาดส่วนนี้ จึงได้จัดทำผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ผ่านราคาที่จับต้องได้ โดยส่งมอบก้านไม้หอมเกรดพรีเมียม ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติและ น้ำมันหอมระเหยแท้ 100% พร้อมทั้งยังช่วยชุมชนสร้างรายได้จากการใช้วัตถุดิบจากชาวไร่อีกด้วย โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ก้านไม้หอมทั่วไป และแบบ Customization ซึ่งลูกค้าจะได้รับความคุ้มค่าในการซื้อสินค้าอย่างแน่นอน จึงสนใจเข้ามาทำธุรกิจนี้ จากการศึกษาและกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์ใน ด้านต่างๆ ทั้งการตลาดที่จัดทำกลยุทธ์หลากหลายและมีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ การตั้ง Flagship Store ในเขตเมืองใกล้กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นและสามารถใช้สื่อสารแบรนด์ได้ ทั้งนี้ยังมีช่องทาง Online คอยให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกสบายแก่ลูกค้าด้วย เมื่อประเมินโครงการผ่านเครื่องมือทางการเงิน 3 เครื่องมือหลักแล้ว โดยประมาณการต้นทุนทางการเงินถัวเฉลี่ย (WACC) เท่ากับร้อยละ 13.80 พบว่า โครงการมีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) เท่ากับ 7,667,098 บาท ซึ่งมีค่ามากกว่า 0 อัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) เท่ากับ 80% และระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period) 1.67 ปี หรือประมาณ 1 ปี 8 เดือน ซึ่งแสดงว่าโครงการสามารถสร้างกำไรให้แก่ผู้ประกอบการได้ มีความคุ้มค่าในการลงทุน
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2023-07-04



