ผลของการเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน ต่อความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และต่อการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น
收藏DataCite Commons2022-05-10 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/CU.the.2002.681
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
ศึกษาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเมตาคอคนิชันของนักเรียน ที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ระหว่างกลุ่มที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน และกลุ่มที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ ตัวอย่างประชากรคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ ละ 30 คน กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มทดลอง ที่เรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มควบคุมที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ ซึ่งมีค่าความเที่ยง 0.85 ค่าความยากอยู่ในระดับ 0.34-0.63 และค่าอำนาจจำแนกอยู่ในระดับ 0.20-0.33 2) แบบวัดเมตาคอคนิชัน ที่มีความตรงเชิงเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่ามัชฌิมเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่ามัชฌิมเลขคณิตร้อยละ และสถิติทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์หลังการเรียน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ สูงกว่า 60% 2. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์ โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. นักเรียนที่เรียนวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กลวิธีเมตาคอคนิชัน มีการพัฒนาเมตาคอคนิชัน โดยมีเมตาคอคนิชันหลังการเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
提供机构:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
创建时间:
2022-05-10



