ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของบุคคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว
收藏DataCite Commons2024-03-27 更新2025-04-16 收录
下载链接:
http://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457/TU.the.2022.1554
下载链接
链接失效反馈官方服务:
资源简介:
การวิจัยครั้งนี้มีมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว 2) ศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัวกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เป็นการวิจัยเชิงสํารวจ (Survey Research) โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานในบ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ โดยเลือกศึกษาเฉพาะบุคลากรในตำแหน่ง นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติงานนักจิตวิทยา และนักพัฒนาสังคม จำนวน 213 คน และใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way Analysis of Variance) หรือสถิติค่าที (t-test), ค่าเอฟ(F-test) การวิเคราะห์เปรียบเทียบรายคู่โดยใช้วิธีของเชฟเฟ่ (Scheffe Procedure) หากผลการวิเคราะห์มีความแปรปรวนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และการวิเคราะห์สถิติสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Product Moment Correlation Coefficient) ในการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของตัวแปร โดยผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุระหว่าง 31-35 ปี มีสถานภาพโสด มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ปฎิบัติงานในตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ มีประสบการณ์ในการทำงาน ต่ำกว่า 9 ปี และไม่ผ่านการอบรมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ผลการศึกษาความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างต่อระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว พบว่า มีระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในภาพรวม อยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาในรายด้าน พบว่า ด้านการให้บริการ ด้านคุณภาพการให้บริการ และด้านเวลา อยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างปัจจัยข้อมูลทั่วไปกับระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานช่วยเหลือและคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวของบุคลากรบ้านพักเด็กและครอบครัว พบว่า ตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์กับตำแหน่งนักพัฒนาสังคมมีระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านการให้บริการที่แตกต่างกัน และตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์กับตำแหน่งนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติงานนักจิตวิทยามีระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านคุณการให้บริการที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน พบว่า ด้านเกี่ยวข้องกับองค์กรในภาพรวม มีความสัมพันธ์ทางบวก กับระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นโยบายและการบริหารงาน การส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาตนเอง และการสร้างขวัญและกำลังใจมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานทุกด้าน ในระดับต่ำและปานกลาง(ตามลำดับ) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และด้านสภาพแวดล้อม ในภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ในระดับต่ำ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า การปฏิบัติงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานและการปฏิบัติงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานทุกด้าน ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01ข้อเสนอแนะจากการศึกษา (1) หน่วยงานส่วนกลางควรมีการนิเทศ ติดตาม และให้คำปรึกษาแนะนำผู้ปฏิบัติงานเป็นประจำและต่อเนื่อง รวมทั้งมีการจัดอบรมปฏิบัติการให้กับผู้ปฏิบัติในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานให้ทันต่อสภาพปัญหา (2) หน่วยงานภูมิภาคควรพิจารณาทบทวนการสร้างแรงจูงในเชิงบวกให้กับผู้ปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน และกำหนดแนวทางร่วมกันกับเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
提供机构:
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
创建时间:
2024-03-27



